posttoday
ทิสโก้ฟันธงหุ้นไทยแพงศก.จะติดลบ

ทิสโก้ฟันธงหุ้นไทยแพงศก.จะติดลบ

29 พฤษภาคม 2557

ทิสโก้ ชี้หุ้นไทยแพง จีดีพีอาจติดลบ แนะขายไปลงทุนหุ้นต่างประเทศแทน

ทิสโก้ ชี้หุ้นไทยแพง จีดีพีอาจติดลบ แนะขายไปลงทุนหุ้นต่างประเทศแทน

นายคมศร ประกอบผล นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส ทิสโก้ เวลธ์ เปิดเผยว่า หลังจากการประกาศรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ทิสโก้ เวลธ์ แนะนำให้นักลงทุนขายหุ้นไทยและเพิ่มสัดส่วนลงทุนหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาหุ้นของไทยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจนถือว่าอยู่ในระดับที่แพงแล้ว

ทั้งนี้ แม้จะมีการปรับฐานจากความกังวลด้านสถานการณ์ภายในประเทศไปบ้าง แต่ถือเป็นการลดลงไปในระดับที่ไม่มีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันราคาต่อกำไร (พี/อี) ของตลาดหุ้นไทยยังอยู่ที่ราว 14 เท่า ซึ่งแพงกว่าภูมิภาค ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในทิศทางชะลอตัว โดยคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 อาจจะติดลบต่อเนื่อง หลังจากที่ไตรมาสแรกหดตัวลง 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

“การลงทุนในตลาดหุ้นไทยตอนนี้ ถือว่ายังไม่ใช่ช่วงที่น่าสนใจเข้าลงทุน แม้ตลาดจะมีการปรับฐานลงบ้างและเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,400 จุด แต่ด้วยระดับพี/อี ในปัจจุบันที่สูง ราคาหุ้นแพง นักลงทุนต่างชาติมีการเทขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่มีการประกาศกฎอัยการศึกต่างชาติได้มีการเทขายหุ้นไทยออกมาแล้วถึง 2 หมื่นล้านบาท” นายคมศร กล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1% จากเดิมที่ปรับลดลงไปแล้วที่ 1.5% ก่อนหน้านี้ ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ระดับ 2%

นอกจากนี้ นายคมศร กล่าวอีกว่า แม้หน่วยงานรัฐบาลและเอกชนในภาคการเงินและการคลังจะมีการหารือการจัดทำโรดแมปด้านเศรษฐกิจเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน แต่อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะเห็นความชัดเจนของแผนและผลลัพธ์ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันต่อไป

“ดังนั้น ในช่วงนี้จึงแนะนำให้ลดพอร์ตหุ้นไทยแล้วเพิ่มพอร์ตหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีการขยายตัวแข็งแกร่ง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีกว่านั่นเอง” นายคมศร กล่าว

นายคมศร กล่าวว่า สำหรับตลาดหุ้นในต่างประเทศที่น่าสนใจลงทุนขณะนี้ คือ ญี่ปุ่นและเอเชียเหนือ ประกอบด้วย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เนื่องจากเศรษฐกิจมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ราคาหุ้นปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ถูก

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีความโดดเด่นอยู่ที่แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าไม่ต่ำกว่า 15% รวมถึงมูลค่าดัชนีนิกเกอิ 225 ปัจจุบันมีการซื้อขายอยู่ที่ 1.7 เท่าของราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (พี/บี) ซึ่งตํ่ากว่าเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้วที่ 2 เท่า และการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับขึ้นของดัชนีนิกเกอิ 225 ในระยะต่อไป ดังนั้นในจังหวะนี้จึง “แนะนำซื้อ” เพื่อลงทุนเพิ่ม

ด้านตลาดหุ้นเอเชียเหนือยังคงมีความโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีมาก โดยเฉพาะในภาคการส่งออก ทั้งเกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ต่างมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดไต้หวันประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2557 ขยายตัวอยู่ที่ 3.14% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 3% และปรับเพิ่มประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจเป็น 2.98% จาก 2.8% จากมุมมองการส่งออกที่มีแนวโน้มดีขึ้น และผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เม.ย. ขยายตัว 4.8% สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 3.6% ซึ่งจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นนี้ จะทำให้ตลาดหุ้นเอเชียเหนือเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จึง “แนะนำซื้อ” เพื่อลงทุนเพิ่ม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน