
เก็งหุ้นท่องเที่ยวฟื้น
นกแอร์ลั่นไตรมาส2ผู้โดยสารกลับมาดัชนีทะลุ1,400ต่างชาติขายอีก2,770ล้าน
นกแอร์ลั่นไตรมาส2ผู้โดยสารกลับมาดัชนีทะลุ1,400ต่างชาติขายอีก2,770ล้าน
ความเชื่อมั่นมากขึ้น เก็งกำไรหุ้นท่องเที่ยวการบินสนั่น นกแอร์ยิ้มไตรมาส 2 ฟื้น ยันทั้งปีรายได้โต 20%
นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยอีก 2,770 ล้านบาท สถาบันในประเทศรับซื้อถึง 2,197 ล้านบาท ส่วนรายย่อยเก็บเพียง 914 ล้านบาท หนุนให้ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,402.79 จุด บวก 10.06 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายถึง 48,667.74 ล้านบาท
โบรกเกอร์ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นเปิดกระโดดและสามารถยืนเหนือระดับ 1,400 จุดได้ เนื่องจากนักลงทุนสลับกลุ่มเก็งกำไร เห็นได้ชัดเจนจากการขายทำกำไรกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และโยกเข้าซื้อหุ้นธนาคารพาณิชย์ใหญ่ ธุรกิจเกี่ยวเนื่องท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ที่มีมูลค่าซื้อขายของวันจำนวน 2,101 ล้านบาท ราคาปิดที่ 184 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 1.94% รวมถึงหุ้นการบิน แม้กระทั่งบริษัท การบินไทย (THAI) ที่ขาดทุนหนักกว่า 2,634 ล้านบาท ในไตรมาสแรก แต่ราคาปรับตัวลงไปมากจนจูงใจให้เข้าไปซื้อสนับสนุนให้ปิดที่ 13.60 บาท บวก 0.50 บาท
นายปัญญา ชุติสิริวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้ผู้โดยสารเริ่มฟื้นตัวจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ลดลงไม่ถึง 10% เชื่อว่าความเชื่อมั่นของผู้โดยสารจะกลับมาได้ช่วงปลายไตรมาส 23 นี้ เพราะปกติธุรกิจสายการบินจะได้รับผลกระทบทางจิตวิทยา ที่เร็ว แต่การฟื้นตัวก็จะกลับมาเร็วเช่นกัน
“ช่วงเดือน เม.ย.ถึงกลางเดือน พ.ค.เป็นช่วงที่ผู้โดยสารกลับมาเดินทางเป็นจำนวนมาก หรือฟื้นตัวจากไตรมาส 1 และไตรมาส 4 ปีก่อนได้เป็นอย่างดี จนอัตราบรรทุกโดยสาร (Cabin factor) กลับมามากกว่า 80%” นายปัญญา กล่าว
อย่างไรก็ดี สิ่งที่บริษัทพยายามทำในตอนนี้คือ การลดต้นทุนทุกอย่างตั้งแต่ต้นทุนการบริหาร ค่าใช้จ่าย การดำเนินงานทุกอย่าง พร้อมกับการเพิ่มช่องทางการหารายได้ที่ไม่เพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน มาก เช่น การเพิ่มขายสินค้าบนเครื่อง มากขึ้น หรือการเพิ่มเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้โดยสารเพิ่มที่จะเริ่มใช้ในเร็วๆ นี้ การลดความถี่เส้นทางเที่ยวบินระหว่างวันในบางจังหวัดที่มีผู้โดยสารน้อย และเพิ่มเที่ยวบินไปในจังหวัดหรือประเทศที่มีผู้โดยสารเดินทางมากกว่า เช่น เพิ่มเที่ยวบินไปประเทศพม่าเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน
นายปัญญา กล่าวต่อว่า รายได้และกำไรสุทธิไตรมาส 2 น่าจะออกมาดีกว่าไตรมาส 1 คาดว่ารวมทั้งปี 2557 ยังคงเป้ารายได้การเติบโตจากปีก่อน 20% ที่มีรายได้ 1.13 หมื่นล้านบาท แต่กำไรสุทธิปีนี้ จะน้อยกว่าปีก่อนที่ทำได้ 1,066 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีก่อนและไตรมาส 1 ปีนี้ ประกอบกับปีก่อนต้องถือว่าเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวดีมาก ทำให้เป็นปีที่ดีที่สุดของบริษัทปีหนึ่ง
นอกจากนั้น ในปีนี้บริษัทมีแผนเพิ่มเครื่องบินใหม่จำนวน 8 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินเจ็ต 4 ลำ และเครื่องบินขนาด กลาง หรือเทอร์โบ 4 ลำ โดยจะรับมอบไตรมาสละ 1 ลำ ซึ่งในช่วงไตรมาส 1 มีเครื่องบินเพิ่มเข้ามาแล้วจำนวน 1 ลำ และจะทยอยให้ครบ 8 ลำ ภายในไตรมาส 4 ส่งผลให้จำนวนที่นั่งของบริษัทเพิ่มขึ้นราว 20% ขณะที่สายการบินสกู๊ตยังคงแผนงานเดิมที่กำหนดรับส่งเครื่องบิน ในเดือน ต.ค. และสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปีนี้ โดยจะเปิดให้บริการบินระหว่างประเทศในเอเชียเหนือก่อน เช่น เกาหลี และญี่ปุ่น ช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทคงไม่มีการเปิดเส้นทางเที่ยวบินแห่งใหม่







