
เครือข่าย หัวใจธุร
กิจเอสเอ็มอี ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว เอสเอ็มอีเป็นเครื่องจักรสำคัญต่อเศรษฐกิจ ทั้งประเทศสหรัฐ ญี่ปุ่น หรือ ไต้หวัน ที่หลายธุรกิจจะเติบโตจากบริษัทขนาดเล็ก กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดโลกได้ รวมถึงประเทศไทย ที่เอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเช่นเดียวกัน โดยสามารถสร้างมูลค่าตลาดสินค้าและบริการ (จีดีพี) รวม 4.21 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37% ของประเทศ มีมูลค่าการจ้างงานกว่า 11.7 ล้านคน คิดเป็น 80.4% ของแรงงานภาคเอกชน
กิจเอสเอ็มอี ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว เอสเอ็มอีเป็นเครื่องจักรสำคัญต่อเศรษฐกิจ ทั้งประเทศสหรัฐ ญี่ปุ่น หรือ ไต้หวัน ที่หลายธุรกิจจะเติบโตจากบริษัทขนาดเล็ก กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดโลกได้ รวมถึงประเทศไทย ที่เอสเอ็มอีมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเช่นเดียวกัน โดยสามารถสร้างมูลค่าตลาดสินค้าและบริการ (จีดีพี) รวม 4.21 ล้านล้านบาท คิดเป็น 37% ของประเทศ มีมูลค่าการจ้างงานกว่า 11.7 ล้านคน คิดเป็น 80.4% ของแรงงานภาคเอกชน
ดังนั้น การส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จึงจำเป็นที่ต้องมีเครือข่ายในการทำงานร่วมกันทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทำงานอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 22 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ให้แข็งแกร่งในทุกมิติ และออกไปแข่งขันในต่างประเทศได้มากขึ้น
ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยผู้ประกอบการทั้งในด้าน 1.ส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายผู้ให้บริการผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่มีการหารือประสานงานกันเพื่อให้บริการและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการ 2.ประสานความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ
3.ร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมด้านการจัดหาองค์ความรู้และการถ่ายทอดองค์ความรู้ การให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบต่างๆ และกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ รวมถึงจัดหาสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจในการดำเนินธุรกิจ และ 4.ลดช่องว่างในการบริการด้านองค์ความรู้และคำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ
หน่วยงานในการร่วมมือครั้งนี้ ที่มีจำนวน 22 หน่วยงาน ถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีหน่วยงานร่วมงาน 13 ร่วมงาน โดยประกอบด้วย ได้แก่ 1.ธนาคารกสิกรไทย 2.ธนาคารกรุงเทพ 3.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 4.ธนาคารไทยพาณิชย์ 5.ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 6.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 7.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 8.ธนาคารออมสิน 9.บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
10.บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค 11.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น 12.บริษัท เทเลอินโฟ มีเดีย 13.บริษัท ไมโครซอฟท์ 14.บริษัท ตลาดดอทคอม 15.บริษัท ล็อกซเล่ย์ 16.บริษัท ซีพี ออลล์ 17.บริษัท โกลบอล โปร บิซิเนสส์ โซลูชั่น 18.บริษัท เอทิฮัด แอร์เวย์ 19.บริษัท โมโจ โมบาย 20.บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ 21.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ 22.สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย
สำหรับกิจกรรมที่จะจัดจะผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลความรู้ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ การศึกษาดูงาน ฯลฯ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้เติบโต เข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) คาดจะมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มากกว่า 1,500 ราย เพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน ที่มีเอสเอ็มอีเข้ามาร่วมกิจกรรมจำนวน 1,323 ราย
นอกจากนี้ สสว. ยังมีอีกหลายโครงการที่จะร่วมพัฒนาผู้ประกอบการไทย ทั้งโครงการส่งเสริมเอสเอ็มอีออกสู่ตลาดอาเซียน ร่วมกับหอการค้าไทย ที่จะจัดโครงการในทุกภาคของประเทศ เชื่อมั่นว่า จะช่วยให้เอสเอ็มอีไทย มีความพร้อมในการออกสู่ตลาดอาเซียนมากที่สุด ทั้งนี้เอสเอ็มอี ที่สนใจ เข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อได้ที่ สสว. หรือติดต่อ ผ่านหมายเลข 1301เป็นอีกมิติใหม่ของประเทศไทย ที่บริษัทขนาดใหญ่ พร้อมใจทำหน้าที่พี่เลี้ยงใจดี นำพาบริษัทน้องใหม่ ให้มีความเข้มแข็งมากที่สุด







