
ร้อง คสช.แก้ปัญหาเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นพยายามที่จะดิ้นทุกวิถีทางที่จะให้หลุดพ้นภาวะล้มละลาย โดยล่าสุดสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์
สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นพยายามที่จะดิ้นทุกวิถีทางที่จะให้หลุดพ้นภาวะล้มละลาย โดยล่าสุดสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เตรียมระดมล่ารายชื่อ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน เพื่อทำหนังสือส่งตรงให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) รองหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะที่เป็นหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูกิจการ ที่กำลังประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างหนัก รวมทั้งประคับประคองไม่ให้ล้มละลาย ซึ่งจะกระทบกับสมาชิกสหกรณ์ทั้งผู้ฝากเงินรายย่อย และจะลุกลามเป็นปัญหากับสหกรณ์ทั้งระบบด้วย
ในขณะเดียวกันต้องการที่จะให้ คสช. ใช้อำนาจในการเข้าไปเร่งดำเนินการสะสางติดตามล่าเงินที่ ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และพวก ยักยอกไปกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจจะรวมขอให้ช่วยเจรจาเรียกเงินคืนจากวัดธรรมกายด้วย จำนวน 800 ล้านบาท
ที่ผ่านมา ศุภชัย ได้แอบมาเจรจากับ เผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ คนใหม่ เพื่อเจรจาขอส่งเงินคืน 3 งวด งวดละ 1,000 ล้านบาท เพื่อแลกกับการที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ถอนฟ้องคดี ศุภชัยทั้งหมด งานนี้จะต้องจับตาจะยอมเอาเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อปล่อยให้คนโกงลอยนวลยักยอกเงินไป 1.5 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตามในการประชุม คสช. ฝ่ายเศรษฐกิจวันที่ 29 พ.ค.นี้ ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้เตรียมเสนอขอให้ คสช. อนุมัติเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 โครงการเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในขณะที่ เผด็จ มุ่งธัญญา ประธานคณะกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ได้จัดทำแผนฟื้นฟูสหกรณ์ฯ เพื่อขออนุมัติกรมส่งเสริมสหกรณ์ และเตรียมยื่นต่อศาลล้มละลายเพื่อขอฟื้นฟูกิจการฯ
ด้าน จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ได้ทำแผนฟื้นฟูกิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ระยะเวลา 5 ปี (2557-2561) แล้วเสร็จ เตรียมให้ศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอให้ศาลสั่งฟื้นฟูกิจการฯ ซึ่งหากผ่านการพิจารณาก็คาดว่าศาลจะตั้งคณะกรรมการติดตามการฟื้นฟูเพื่อกำกับแผนงาน และหากทำได้สำเร็จคาดว่าไม่เกิน 10 ปี จะทำให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กลับมาแข็งแกร่งได้
สำหรับแผนการฟื้นฟูกิจการฯ ระบุว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ มีการบริหารงานของสหกรณ์ไม่สอดคล้องกับการขยายตัวและการพัฒนาทางธุรกิจสหกรณ์ โดยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ มีการนำเงินไปลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง และขาดสภาพคล่องในการดำเนินการ
โดยแนวทางที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เสนอคือให้รัฐช่วยหาเงินทุนหมุนเวียนเพื่อให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กู้ จำนวน 5,000 ล้านบาท โดยปีที่ 1 ขอกู้ 2,000 ล้านบาท ปี 2 ขอกู้ 2,000 ล้านบาท และปีที่ 3 ขอกู้ 1,000 ล้านบาท กำหนดส่งชำระคืน 8 ปี งดส่งต้น 3 ปีแรกในแต่ละปี
ที่มาแหล่งเงิน คือ 1. ขอรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้ 1,030 ล้านบาท (ในช่วงปี 2557-2561)
2.กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยกองทุนพัฒนาสหกรณ์ตั้งงบประมาณในปี 2558 จำนวน 1,100 ล้านบาท ( โดยวงเงิน 100 ล้านบาท จะนำไปชดเชยดอกเบี้ยให้กับสหกรณ์ และอีก 1,000 ล้านบาท ให้สหกรณ์กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ)
3. การจัดทำโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ด้วยการะดมเงินฝากจากสหกรณ์ทั่วประเทศ จัดตั้งเป็นกองทุน ฯโดยจะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.) เข้ามาบริหารเงินสินเชื่อ
ความท้าทายการแก้ไขหรือฟื้นฟูกิจการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการดึงเงินจากงบประมาณของรัฐมาโอบอุ้มนั้นเหมาะสมไหม ในขณะเดียวกันจะต้องตามล่าหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และอย่าปล่อยให้ลอยนวลหอบเงินหนีเข้ากลีบเมฆ โดยทิ้งภาระให้กับสมาชิกและสหกรณ์ทั่วไปต้องรับผิดชอบกับชะตากรรมเงินออมทั้งชีวิตที่จะต้องสูญหายไป







