
วรรณมองหุ้นไทยพื้นฐานปึ้ก
เชื่อการเมืองชัดดึงเงินนอกไหลกลับส่งกองทุนวรรณสตาร์เฟ้นหุ้นดีกำไรงาม
เชื่อการเมืองชัดดึงเงินนอกไหลกลับส่งกองทุนวรรณสตาร์เฟ้นหุ้นดีกำไรงาม
บลจ.วรรณมองหุ้นไทย ไปต่อ ส่งกอง “วรรณสตาร์” เฟ้นหุ้นผ่าน 4 มิติ ลงทุนไม่เกิน 20 ตัว หวังกำไรยาว
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า บริษัทมองว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่และกลาง หลังจากดัชนีแกว่งตัวผันผวนจากแรงกดดันทางการเมืองในประเทศ โดยคาดว่าหากมีความชัดเจนด้านการเมือง นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้าตลาดหุ้นไทยอีกครั้งและหนุนให้ดัชนีแตะระดับ 1,500 จุดในสิ้นปี
“หุ้นไทยน่าจะมีแรงขายออกมามากในช่วง 23 วันแรกหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศรัฐประหารเท่านั้นและมองว่าการประกาศดังกล่าวไม่ได้คลาดเคลื่อนไปจากที่ตลาดคาดการณ์ และการทำรัฐประหารในครั้งนี้แตกต่างจากปี 2549 ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจขึ้นมาเป็นปัญหาสำคัญมากกว่าอำนาจในการปกครอง” นายวิน กล่าว
นอกจากนี้ แรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติไหลออกไปค่อนข้างมากแล้ว จึงคาดว่าหากมีความชัดเจนด้านการเมือง ตลาดจะคลายความกังวลและปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะการฟื้นตัวในครึ่งหลังของปีนี้ โดยคาดว่าจะขยายตัว 2.7% นำโดยการส่งออกและหลังจากนี้คงมีการจัดตั้งรัฐบาลรักษาการ เพื่อบริหารประเทศและจัดการเลือกตั้งได้ในช่วงต้นปีหน้าเป็นอย่างเร็วและกลางปีหน้าเป็นอย่างช้า จึงมองว่าโอกาสที่หุ้นจะมีความเสี่ยงขาลงนั้นมีจำกัด
นายแอนดรูว์ สตอทซ์ ที่ปรึกษาการลงทุน บลจ.วรรณ กล่าวว่า หลังการทำรัฐประหารได้ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมีแรงขายในระยะสั้น แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นไทย ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานดีและเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวได้หลังเห็นความชัดเจนทางการเมือง ซึ่งทำให้มีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในไทยอีกครั้ง
นายวิน กล่าวอีกว่า จากภาวะหุ้นที่มีความผันผวนบริษัทจึงเปิดตัวกองทุนเปิดวรรณ สตาร์ ซีเล็คชั่น ฟันด์ (One Star) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน โดยกองทุนนี้จะแตกต่างจากกองทุนหุ้นทั่วไป เนื่องจากมีเป้าหมายลงทุนหุ้นประมาณ 10-20 ตัว ในสัดส่วนเท่าๆ กัน โดยใช้กลยุทธ์การเลือกหุ้นจาก 4 องค์ประกอบ ซึ่งจะพิจารณาจาก 1.ปัจจัยพื้นฐาน 2.แนวโน้มการเติบโตของบริษัท 3.ความเสี่ยง และ 4.มูลค่าหุ้น โดยให้น้ำหนักเท่าๆ กัน
“ภาวะหุ้นที่ผันผวนบริษัทจึงนำเครื่องมือในการเฟ้นหาหุ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนของการลงทุนและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้น รวมทั้งลดทอนผลอคติจากความกังวลเรื่องความผันผวนของหุ้นในช่วงเวลานั้น และจะเข้าซื้อได้ตามเห็นสมควร รวมทั้งสามารถตัดขาดทุนเมื่อเห็นว่าหุ้นนั้นให้ผลตอบแทนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อรักษากำไรให้เติบโตต่อเนื่อง” นายวิน กล่าว
สำหรับพอร์ตการลงทุนของกองทุนจะไม่ลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจากหุ้นกลุ่มนี้จะเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกับตลาด ในขณะที่กองทุนนี้มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนมากกว่าตลาด ส่วนการปรับพอร์ตจะพิจารณาทุกๆ 3 เดือน หลังจากบริษัทต่างๆ ประกาศงบการเงินออกมา โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในระยะยาว จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการลงทุน 6-12 เดือน มากกว่าจะหวังผลตอบแทนระยะสั้น อีกทั้งกองทุนจดทะเบียนเป็นกองทุนผสม เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนได้ลดสัดส่วนลงทุนหุ้นได้ หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย แต่สภาวะปกติจะลงทุนหุ้นเต็ม 100%
“หากหุ้นบางตัวราคาหุ้นอาจสูงกว่าราคาพื้นฐานไปบ้าง แต่ด้วยแนวโน้มของปัจจัยพื้นฐานและโมเมนตัมการเติบโตค่อนข้างดี ขณะที่ความเสี่ยงค่อนข้างจำกัดกองทุนก็จะพิจารณาลงทุน” นายวิน กล่าว
สำหรับกลุ่มที่พิจารณาลงทุน เช่น กลุ่มการแพทย์ กลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อได้ระหว่างวันที่ 26 พ.ค.-5 มิ.ย. 2557 มูลค่าขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท โดยกองทุน ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล โดยกองทุนคาดว่าจะมีมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท และมีความเสี่ยงอยู่ในระดับ 5 หรือความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง โดยจะลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก ได้ตั้งแต่ 0-100% ของ NAV ขึ้นอยู่กับการตัดสินในของบริษัทฯ และความเหมาะสมกับสภาวการณ์







