
ปลดบอร์ดปตท.ยากต้องขอมีมติผู้ถือหุ้น
กูรูตลาดหุ้น “บรรยง พงษ์พานิช” ลั่นปลดบอร์ด ปตท.ไม่ได้ ขาดซีจี ต้องขอมติผู้ถือหุ้น
กูรูตลาดหุ้น “บรรยง พงษ์พานิช” ลั่นปลดบอร์ด ปตท.ไม่ได้ ขาดซีจี ต้องขอมติผู้ถือหุ้น
นักลงทุนเปิดฉากถล่มขายหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) ตั้งแต่เปิดตลาดจนกระทั่งปิด โดยระหว่างวันราคาร่วงลงไปต่ำสุดถึง 292 บาท ก่อนดีดขึ้นมาปิดที่ 296 บาท ลดลง 8 บาท คิดเป็น 2.63% ด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดของวัน 3,829 ล้านบาท
สาเหตุที่ทำให้หุ้น PTT ตกเป็นเป้าการขาย เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า คสช.จะมีการปฏิรูปพลังงาน และยังต้องการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ปตท. ในฐานะที่บริษัทมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่มากกว่า 51% ซึ่งทำได้ยากและต้องปฏิบัติตามกฎหมายมหาชน ต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้น
นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า กรณีข่าวการปลดคณะกรรมการบริษัท ปตท.นั้น ในหลักการไม่สามารถทำได้ แม้ว่าภาครัฐจะถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมใน ปตท. สัดส่วน 60% แต่ก็ต้องฟังความคิดเห็นของผู้ถือหุ้นส่วนอื่นอีกกว่า 40% ด้วย ซึ่งมีทั้งกองทุนทั้งในและต่างประเทศ ผู้ลงทุนรายบุคคล มิเช่นนั้นจะขัดต่อหลักการมีธรรมาภิบาลที่ดี แต่หากต้องการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ สามารถดำเนินการได้ด้วยการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น
ก่อนหน้านี้ มีเสียงเรียกร้องและกดดันให้บริษัท ปตท. ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) จำนวน 27.22% ออกมา เพื่อต้องการลดการผูกขาดธุรกิจโรงกลั่น และส่งผลกระทบต่อราคาหุ้น BCP เช่นเดียวกัน
นายสุรชัย โฆษิตเสรีวงค์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานด้านบัญชีและการเงิน BCP กล่าวว่า บริษัทจะปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นเวลา 46 วัน (1 พ.ค.-15 มิ.ย.) ส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม(อีบิตดา) ในส่วนของโรงกลั่น จะหายไปประมาณ 2030% ของอีบิตดาในส่วนของธุรกิจโรงกลั่น 1,400 ล้านบาท แต่บริษัทเริ่มรับรู้รายได้ธุรกิจโซลาร์ฟาร์มครบจำนวนทั้ง 3 เฟส น่าจะทำให้อีบิตดาทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 1 หมื่นล้านบาท







