posttoday
ทุนใหญ่ลาว "ลิดดัง" ดันสินค้าเกษตรบุกไทย

ทุนใหญ่ลาว "ลิดดัง" ดันสินค้าเกษตรบุกไทย

27 พฤษภาคม 2557

ไม่นานมานี้ กลุ่มบริษัท ดาวเฮือง ของตระกูลลิดดัง ผู้ดำเนินธุรกิจรายใหญ่หลายกลุ่มในลาว ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตีฟรี)

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

ไม่นานมานี้ กลุ่มบริษัท ดาวเฮือง ของตระกูลลิดดัง ผู้ดำเนินธุรกิจรายใหญ่หลายกลุ่มในลาว ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตีฟรี) และสินค้าอุปโภคบริโภค ได้เปิดตัวกาแฟพรีเมียม ดาวคอฟฟี่ ในตลาดเมืองไทย ทั้งในรูปแบบร้านกาแฟ และวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และหลังจากนี้ก็ยังมีแผนจะบุกธุรกิจแผ่วงกว้างขึ้นอีก ผ่าน “บริษัท ซำ บาย ดี” ซึ่งมีคนไทยตั้งขึ้น และดึงกลุ่มบริษัท ดาวเฮือง เข้าร่วมหุ้น

เหลื่อง ลิดดัง หรือมาดามเฮือง ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท ดาวเฮือง เปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่บุกตลาดไทย คงจะเริ่มเฉพาะการจำหน่ายกาแฟก่อน แต่ยอมรับว่ายังมีแผนจะขยายธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคอีกหลายประเภทในลาว ที่ทำแน่นอนแล้วคือซอสพริก ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นที่มีเพื่อนนักธุรกิจในลาวชักชวนให้ทำ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจคือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งในอนาคตหากผลิตสินค้าตัวใดออกมาแล้วได้รับกระแสตอบรับดีในลาว ก็อาจจะนำมาบุกตลาดไทยด้วย

ขณะเดียวกัน มองเห็นกระแสตอบรับโฆษณากาแฟดาวในไทยดีมาก หลังเผยแพร่โฆษณา “เอิ้นดาว” ไป จึงอาจต่อยอดกระแสนี้ด้วยการเปิดให้ไร่กาแฟดาวเป็นจุดหมายท่องเที่ยวใหม่ในลาว เพราะในไร่กาแฟซึ่งมีพื้นที่ถึง 1,500 ไร่ อยู่ใกล้กับน้ำตก มีทัศนียภาพที่สวยงาม อีกทั้งเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่ควบคุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้สำหรับกลุ่มที่ต้องการศึกษาเรื่องการปลูกกาแฟได้

บุนเฮือง ลิดดัง รองประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท ดาวเฮือง ซึ่งเป็นบุตรสาวของมาดามเฮือง กล่าวว่า มารดาจะเป็นผู้คิดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมา จากนั้นตนก็จะรับหน้าที่มาวางแผนผลิตสินค้าและจัดจำหน่าย กาแฟคือสินค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดและสร้างรายได้มากที่สุดให้กลุ่มบริษัท ดาวเฮือง โดยปีนี้คาดจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 20-30% จากปีก่อนที่มีรายได้กว่า 160 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 5,100 ล้านบาท 80% จะเป็นรายได้จากกาแฟ ที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจดิวตีฟรีเกือบ 20%

อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ผลิตภัณฑ์ที่ทำไปแล้วคือ ผลไม้อบแห้ง เริ่มต้นทำจากจุดประสงค์ช่วยเหลือเกษตรกรในลาวที่มีผลผลิตเหลือมาก ชาเขียว ที่มีจุดเริ่มต้นจากคุณพ่อทดลองปลูกรับประทานเอง และน้ำดื่ม ที่ผลิตแจกคนงานในโรงงานกาแฟ แล้วเพิ่มกำลังผลิตขายในตลาดลาว ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดน่าจะเปิดตัวเป็นทางการต้นปีหน้า หลังเปิดตัวก็น่าจะนำผลไม้อบแห้งและชาเขียวบุกตลาดเมืองไทยด้วย

นอกเหนือจากนำผลไม้ในลาวมาอบแห้ง แปรรูปจำหน่ายแล้ว บริษัทยังได้ติดต่อตัวแทนเกษตรกรใน จ.อุบลราชธานี ให้ปลูกเผือกส่งให้กับบริษัท โดยจะกำหนดราคากลางแจ้งให้เกษตรกรทราบ และให้ตัวแทนคนไทยรับซื้อจากเกษตรกรมา ซึ่งน่าจะลดปัญหาถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาได้ เพราะรู้ราคาที่บริษัทตั้งไว้

ผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่กำลังวางแผนผลิตคือซอสพริก เนื่องจากเกษตรกรในลาวปลูกพริกได้ผลผลิตมาก ขณะนี้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตแล้วกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 64 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มทดลองผลิตได้ภายในปีนี้ และเปิดตัวได้ปีหน้าเช่นกัน

สำหรับงบประมาณลงทุนแต่ละปีจะไม่ตั้งไว้ตายตัว ขึ้นอยู่กับโอกาส โดยนอกจากลงทุนผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสินค้าเกษตร ยังมีแผนขยายธุรกิจอื่นอีก เช่น ปีหน้าเปิดดิวตีฟรีในลาวเพิ่ม 2 สาขา บริเวณชายแดนลาวที่ติดกับกัมพูชา และเวียดนาม รวมทั้งเตรียมเข้าไปเปิดดิวตีฟรีในเวียดนามด้วย 1 สาขา ส่งผลให้ปีหน้ามีดิวตีฟรีเพิ่มเป็น 10 สาขา นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างสร้างโรงแรม 30 ห้อง ในเมืองปากเซ มีน้องชายเป็นคนออกแบบ คาดว่าคงใช้เวลากว่า 1 ปี จึงเปิดบริการได้ เบื้องต้นจะทำเป็นโรงแรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ (บูทีค โฮเต็ล) เจาะตลาดระดับบน ทั้งไทยและต่างชาติที่มาติดต่อธุรกิจ หรือมาเที่ยวปากเซ

บุนเฮือง กล่าวว่า หากเปิดโรงแรมแล้ว คงร่วมมือกับรัฐบาลลาวทำแผนพัฒนาท่องเที่ยวลาวควบคู่ด้วย โดยมองว่า เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก พัฒนาสถานที่หลายแห่งเป็นจุดท่องเที่ยวได้ เมื่อนักท่องเที่ยวสนใจมาเพิ่ม ก็จะเป็นประโยชน์กับโรงแรมที่กำลังสร้างโดยปริยาย

ดังนั้น กลุ่มลิดดังจึงถือเป็นกลุ่มบริษัทใหญ่ในลาวที่น่าจับตาทีเดียว และอาจได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่นอกเหนือกาแฟเข้ามาเจาะตลาดไทยอีกในเร็วๆ นี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ