
โอกาสเอสเอ็มอี-โอท็อปดาวรุ่งในตลาดจีน
ในภาวะที่สถานการณ์ในประเทศกำลังประสบปัญหาเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัว
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ในภาวะที่สถานการณ์ในประเทศกำลังประสบปัญหาเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจชะลอตัว การหาตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการสินค้าเอสเอ็มอีและโอท็อป ถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง โดยในตลาดที่มีศักยภาพอย่างประเทศจีน จากจำนวนประชากรที่มากกว่า 1,000 ล้านคน และเป็นตลาดที่มีเศรษฐีใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจและกำลังซื้อของชาวจีนกำลังเบ่งบาน
ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ฯลฯ ได้นำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและโอท็อป รวม 100 ราย ร่วมออกร้านแสดงและจำหน่ายสินค้า ซึ่งจัดโดยกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง กับงาน “เทศกาลไทย 2014” ระหว่างวันที่ 9-14 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณลานอเนกประสงค์ ศูนย์การค้า South Asia Top City ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน
สสว. ได้นำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งมาจากทุกภูมิภาคของประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รวม 20 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอาหารและผลไม้แปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์สปาและสมุนไพรไทย เสื้อผ้าและของใช้จากผ้า รวมทั้งของใช้และของตกแต่งบ้าน ฯลฯ
งานนี้สินค้าไทยได้รับความสนใจจากชาวจีนสูงมาก โดยผู้ประกอบการสามารถสร้างยอดขายภายในงานสูงถึง 39 ล้านบาท และมีการจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน มียอดการสั่งซื้อล่วงหน้ามากกว่า 64 ล้านบาท โดยสินค้าไทยที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภคชาวจีน ได้แก่ ผลไม้ไทยและอาหารไทย
สินค้าของเอสเอ็มอีที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคและผู้ซื้อรายใหญ่ชาวจีน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยว เช่น ข้าวแต๋น สาหร่ายทอดปรุงรส ของบริษัท ทวีภัณฑ์โปรดักส์ และบริษัท เอส เอ็น เอ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เมนูแฟคเจอรริ่ง, อาหารกึ่งสำเร็จรูปของ บริษัท รสสยาม และบริษัท เจริญดีเซิร์ท, เครื่องประดับไข่มุก ของบริษัท สยามไดมอนด์จิวเวอร์รี่ ผลิตภัณฑ์ของใช้บนโต๊ะอาหาร ของบริษัท เอ็น วี แรร์วู๊ด โปรดักส์ และกระเป๋าผ้า ของกลุ่มวิสาหกิจเย็บกระเป๋าจากไม้ไผ่
ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวว่า เมืองคุนหมิงเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้ติดต่อค้าขายและเชื่อมโยงธุรกิจมาเป็นเวลานาน โดยการเข้าร่วมงานเทศกาลไทย 2014 ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยและมีโอกาสขยายตลาดได้มากในอนาคต โดยในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าไปจีน คิดเป็นมูลค่า 54,505.45 ล้านบาท และนำเข้าสินค้าจากจีน คิดเป็นมูลค่า 134,815.44 ล้านบาท
“เมืองคุนหมิงถือเป็นตลาดการค้าที่สำคัญของ ผู้ประกอบการไทยมาก จากจำนวนประชากรกว่า 9 ล้านคน เป็นเมืองท่าใหญ่อันดับ 4 ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังนั้นจึงเชื่อว่าอนาคตการส่งออกสินค้าไทยไปเมืองคุนหมิงจะเพิ่มขึ้น” ปณิตา กล่าว
สสว.มั่นใจว่า ความสำเร็จในการจัดงานเทศกาลไทย 2014 ณ นครคุนหมิง จะส่งผลดีต่อสินค้าไทย ในตลาดจีน และจะช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าไทย ศิลปะและวัฒนธรรมไทย สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ที่สำคัญจะเป็นช่องทางการสร้างโอกาสการค้าสู่กลุ่มประเทศอาเซียน +3 ต่อไป
หากภาครัฐเร่งกระตุ้นตลาดในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น และนำพาเอสเอ็มอีไทยรวมถึงโอท็อปไปเปิดตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง โอกาสที่สินค้าไทยจะสร้างความประทับใจให้แก่คนทั่วโลกมีสูงแน่นอน







