
ปกป้องการลงทุนของคุณ จากความเสี่ยง ทางการเมืองที่คาดไม่ถึง
มีใครกรุณาช่วยบอกผมอีกครั้งได้ไหม คำว่าประชาธิปไตย หมายถึงอะไร ผมถูกสอนในโรงเรียนว่า ประชาธิปไตยคือรัฐบาล “ของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน” ในวลีของ อับราฮัม ลิงคอล์น แต่มีคนบอกผมว่า ประวัติศาสตร์อเมริกันและวลีใช้ไม่ได้จริงๆในประเทศไทย ในประเทศนี้คนหมู่มากไม่นับ
มีใครกรุณาช่วยบอกผมอีกครั้งได้ไหม คำว่าประชาธิปไตย หมายถึงอะไร ผมถูกสอนในโรงเรียนว่า ประชาธิปไตยคือรัฐบาล “ของประชาชนโดยประชาชน และเพื่อประชาชน” ในวลีของ อับราฮัม ลิงคอล์น แต่มีคนบอกผมว่า ประวัติศาสตร์อเมริกันและวลีใช้ไม่ได้จริงๆในประเทศไทย ในประเทศนี้คนหมู่มากไม่นับ
ผมสามารถยอมรับข้อเสนอนี้ได้ ผมชินกับมันกระโน้น ผมทำตามคำสั่งมาโดยตลอดชีวิตของผม เมื่อตอนที่ผมเป็นเด็กผมปฏิบัติตามคำสั่งของแม่มาตลอด ตอนนี้ผมแต่งงานแล้ว เมียผมเป็นผู้บัญชาการสูงสุดที่บ้าน
มุมมองของผมภายใต้บรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันคือว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะสวนกระแสกับคนที่มีปืน เพราะผมยังมีลูกชายคนเล็กที่จะต้องดูแล
ผมเป็นคนที่ไม่กล้าหาญพอที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อต่อสู้กับเผด็จการ แต่ผมไม่สามารถพูดแทนเพื่อนร่วมชาติของผมที่โชคดีน้อยกว่าผม
คุณรู้ไหมว่าในประเทศไทย ประมาณร้อยละ 20 ของผู้ที่มีรายได้สูงสุด จะเป็นเจ้าของสินทรัพย์ประมาณร้อยละ 69 ของสินทรัพย์ในประเทศ และร้อยละ 20 ของบุคคลที่มีรายได้ต่ำสุด เป็นเจ้าของเพียงร้อยละ 1 ของทรัพย์สินทั้งหมด หรือจะพูดอีกแบบ คือ ร้อยละ 1 ของประชากร ครอบครองเงินออมของประเทศมากกว่าครึ่ง ในส่วนของครอบครัวชาวนา ประมาณร้อยละ 20 จะไม่ได้ครอบครองที่ดิน และประมาณ 11.5 ล้านครอบครัว จะเป็นเพียงผู้อาศัย หรือกำลังประสบปัญหาจากที่ดินที่ไม่เหมาะสม ในด้านของการแบ่งรายได้ ร้อยละ 20 ของผู้ที่มีรายได้สูงสุด จะมีรายได้มากกว่าร้อยละ 50 ของ GDP ส่วนร้อยละ 20 ของผู้ที่มีรายได้ต่ำสุด จะมีรายได้เพียงร้อยละ 4 ของ GDP เท่านั้น นอกจากนี้ รายได้ของร้อยละ 20 ของผู้ที่มีรายได้ต่ำที่สุด จะอยู่ที่ประมาณ 1,443 บาทต่อเดือน หรือเท่ากับเส้นแบ่งความยากจน (Poverty line) ช่องระหว่างครอบครัวที่ร่ำรวยกับครอบครัวที่ยากจน อยู่ที่ประมาณ 13 เท่า ซึ่งสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด
สิ่งเดียวที่คนเหล่านี้มีเหลืออยู่ คือ บัตรประจำตัวประชาชนของพวกเขา ซึ่งให้สิทธิหนึ่งเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนนี้ได้ทำให้พวกเขามีมาตรฐานการทำมาหากินที่สูงขึ้น มีสาธารณสุขที่ดีกว่าเดิม การศึกษาที่ดีขึ้นสำหรับลูกเต้าของพวกเขาและที่มีความสำคัญมากที่สุดคือความรู้สึกของสิทธิของการเป็นผู้มีส่วนได้เสียในประเทศนี้ เมื่อคุณเอาสิทธิในการลงคะแนนเสียงจากคนเหล่านี้ไป ไม่ช้าก็เร็วจะมีการประท้วงใหญ่ และถ้าใช้ประวัติศาสตร์เป็นคู่มือ ก็จะมีการสูญเสียของชีวิตมากขึ้น
เพราะฉะนั้น เราควรจะเตรียมตัวอย่างไรในการปกป้องการลงทุนของคุณจากความเสี่ยงทางการเมืองที่คาดไม่ถึง
คำแนะนำของผมคือ คุณควรเดินยุทธศาสตร์เชิงรุก และพยายามออกห่างจากความสุขสบาย (Comfort zone) ของคุณ คนส่วนมากอาจจะมีอายุน้อยเกินไปที่จะจำได้ถึงการปฏิวัติทางวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ที่เกิดขึ้นในจีน ในช่วงทศวรรษที่ 1940s หรือสงครามเวียดนาม ระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ในช่วงทศวรรษที่ 1960s เป็นที่น่าสนใจว่า เหตุการณ์ทั้งสองมีความคล้ายเคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปัจจุบัน การขัดแย้งดังกล่าว เป็นการขัดแย้งภายในระหว่างเพื่อนร่วมชาติ และในทั้งสองกรณี ผู้ที่มีอำนาจในขณะนั้น ซึ่งมีอาวุธและกลไกของรัฐที่เหนือกว่า ต้องพ่ายแพ้ต่อชาวชนบท ภายหลังความขัดแย้งได้ยุติลง ชนชั้นสูงที่ได้บริหารประเทศในจีนและเวียดนามถูกจับเข้าค่ายแรงงาน หรือกลายเป็นผู้อพยพ โดยทรัพย์สินต่างๆ ที่เคยมีก็ถูกยึดโดยรัฐทั้งหมด
ผมเข้าใจดีว่าคนทุกที่มีแนวโน้มที่เข้าข้างประเทศตนเอง (Home bias) อาทิ มีความเชื่อว่าประเทศหรือสังคมของตนมีความปลอดภัยและความพร้อมกว่าที่อื่น นักลงทุนส่วนมากจะลงทุนในหลักทรัพย์ พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่น แต่เป็นครั้งแรกที่การเข้าข้างประเทศของตนเองเป็นสิ่งอันตราย เข็มทิศคุณธรรมของสังคมไทยได้แตกระแหงหมดแล้ว และความต้องการของเราในด้านของความปลอดภัยจะนำไปสู่ความอันตรายที่มากขึ้น โดยการกดดันเสรีภาพของสื่อ และการกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมชาติในจังหวัดอื่นๆ เราต้องเข้าใจถึงความเป็นจริงใหม่นี้และต้องเข้าใจอย่างเร่งด่วน
คำแนะนำของผมที่คุณต้องพึงระวังในการลงทุนในต่างประเทศ คือ หนึ่ง คุณจะต้องตัดสินในเรื่องของพาหะการลงทุน (Investment vehicle) กล่าวคือ คุณจะเลือกลงทุนในชื่อของคุณ หรือเป็นการลงทุนร่วมโดยมีชื่อของคู่สมรสของคุณด้วย ซึ่งทางเลือกนี้ จะเป็นทางเลือกที่ดีในกรณีที่คุณเสียชีวิตกะทันหันและเป็นการป้องกันปัญหาและค่าใช้จ่ายในด้านกฎหมายที่อาจจะตามมา หรือคุณอาจจะจัดโครงสร้างการลงทุนในรูปแบบทรัสต์ เพื่อจะปกป้องชื่อและข้อมูลของคุณ
สอง คุณต้องเลือกประเภทการลงทุนในพอร์ตการลงทุนของคุณ กล่าวคือ เลือกระหว่างหลักทรัพย์ พันธบัตร เงินสด สินค้าโภคภัณฑ์ อสังหาริมทรัพย์ หรือจะเป็นการผสมระหว่างทุกประเภท ประเภทการลงทุนแต่ละอย่าง จะมีอัตราความเสี่ยงและต่อผลตอบแทนที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น คุณควรจะนั่งหารือกับนักวางแผนการเงินของคุณเกี่ยวกับข้อจำกัดของคุณ อาทิ ในด้านของเวลาการลงทุน อัตราการรับความเสี่ยง และข้อจำกัดอื่นๆ สาม คุณจะต้องเลือกสกุลเงินที่จะเป็นฐานการลงทุนของคุณ
หากคำพูดเหล่านี้ทำให้คุณกังวล ผมเข้าใจถึงความรู้สึกของคุณดี โลกนี้กว้างขวางมาก เต็มไปด้วยสิ่งอันตรายต่างๆ แต่ก็มาพร้อมกับโอกาสด้วยเช่นกัน ตามมุมมองของผม สิ่งที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือการไม่ทำอะไรจนสายเกินไป อัตราเสี่ยงของพอร์ตลงทุนของคุณจะลดลงโดยการแบ่งการลงทุนออกเป็นหลายประเภทและหลายสกุลเงิน
ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]







