
แบงก์รัฐเตรียมแผนปล่อยกู้สนอง‘คสช.’พยุงเศรษฐกิจ
ไอแบงก์เล็งชงคลังเตรียมอัดสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท ช่วยกระตุ้นรากหญ้าและเอสเอ็มอี
ไอแบงก์เล็งชงคลังเตรียมอัดสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้านบาท ช่วยกระตุ้นรากหญ้าและเอสเอ็มอี
นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ รักษาการกรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมเสนอมาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กระทรวงการคลังพิจารณาได้แก่ การเร่งอนุมัติสินเชื่อที่ค้างท่อกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหม่รวมถึงเอสเอ็มอีซึ่งที่ผ่านมาถูกชะลอการปล่อยกู้ โดยลูกค้ากลุ่มนี้มีกลุ่มที่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อแล้วกว่า7080% คาดว่าจะเร่งเบิกจ่ายเงินกู้ 7,000-8,000 ล้านบาท ได้เร็วๆ นี้
นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการที่ทำการค้าระหว่างประเทศ หรือเทรดไฟแนนซ์ มีวงเงิน 2,000 ล้านบาท และสินเชื่อกลุ่ม Happy Together ที่มี 4 โครงการ มีวงเงินปล่อยกู้ทั้งหมด 800 ล้านบาท ได้แก่ Happy Home สินเชื่อเพื่อซื้อ/ก่อสร้าง/ซ่อมแซม/ต่อเติม/ไถ่ถอนที่อยู่อาศัย ให้กู้ได้สูงสุดถึง 20 ล้านบาท สินเชื่อ Happy Time เป็นสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน ปล่อยกู้ 20 เท่าของเงินเดือนหรือรายได้ สินเชื่อ Happy Plus เป็นต้น รวมทั้งจะเร่งผลักดันสินเชื่อนโยบายรัฐที่มีวงเงินปล่อยกู้ 1,000 ล้านบาท
นายครรชิต กล่าวต่อว่า ในเดือนมิ.ย.นี้ ไอแบงก์เริ่มปรับกระบวนการทำงานภายใน โดยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา เอินส์ท แอนด์ ยัง เข้ามาศึกษา วิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการการอำนวยสินเชื่อของธนาคารให้สามารถอนุมัติได้เร็วขึ้น แต่ยังคงความถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานเพื่อความเหมาะสมด้วย
นายสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) กล่าวว่า ธนาคารจะจัดสรรวงเงินสินเชื่อสำหรับสินเชื่ออุ้มเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤต จำนวน 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3,000 ล้านบาท เน้นสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และ 5,000 ล้านบาท เน้นเป็นสินเชื่อแก่ธุรกิจตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรมเช่น ธุรกิจสีเขียว และธุรกิจเพื่อสังคม เป็นต้น
ทั้งนี้ แนวทางสนับสนุนนั้น ทางหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ จะคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกของตัวเอง ซึ่งมีความจำเป็นต้องการสินเชื่ออย่างเร่งด่วน และมีวัตถุประสงค์ตรงตามเจตนาของโครงการ ส่งมาเข้าโครงการดังกล่าว ซึ่งผู้ประกอบการดังกล่าวจะได้รับสิทธิพิเศษ ผ่อนปรนเงื่อนไขในการอนุมัติสินเชื่อ และจะได้รับการช่วยเหลือจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ด้านค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการที่เข้าโครงการได้รับสินเชื่อได้งานขึ้น
นายสุรชัย เผยต่อว่า ในส่วนวงเงิน 3,000 ล้านบาทนั้น จะเป็นวงเงินเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยแนวทางเบื้องต้นจะเป็นดอกเบี้ยอัตราพิเศษแต่จะอยู่ในอัตราเท่าใดนั้น ต้องหารือสรุปกันอีกครั้งหนึ่ง ส่วนวงเงินปล่อยกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระภายใน 57 ปี
ส่วนวงเงิน 5,000 ล้านบาท จะเป็นโครงการระยะต่อไป เงื่อนไขจะผ่อนปรกเกณฑ์อนุมัติเช่นกัน แต่จะแตกต่างกันเรื่องของวงงินปล่อยกู้ และอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ ความคืบหน้าขณะนี้อยู่ระหว่างหาข้อสรุปถึงรายละเอียดต่างๆ เมื่อได้แล้ว จะเสนอต่อไปยังบอร์ดใหญ่ของเอสเอ็มอีแบงก์ เพื่อพิจารณาอนุมัติ หลังจากนั้น จะเริ่มดำเนินการได้ทันที คาดไม่เกิน 1-2 เดือนนับจากนี้







