
ตบเกียร์ลดต้นทุนภาคขนส่ง
กระทรวงอุตฯตั้งเป้าเหลือ7%รับเออีซีเพิ่มขีดแข่งขันพร้อมโกอินเตอร์
กระทรวงอุตฯตั้งเป้าเหลือ7%รับเออีซีเพิ่มขีดแข่งขันพร้อมโกอินเตอร์
ตั้งเป้าลดต้นทุนโลจิสติกส์ภาคอุตฯ เหลือ 7% ภายใน 35 ปี พร้อมหนุนผู้ประกอบการบุกเออีซี
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในงานสัมมนา “โลจิสติกส์ โชว์เคส’57” ว่า กระทรวงตั้งเป้าที่จะลดต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขายในภาคอุตสาหกรรมให้เหลือ 7% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขายในปีนี้ของภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 8% ซึ่งลดลงต่อเนื่องจากปี 2555 ที่ต้นทุนอยู่ที่ระดับ 8.93%
“ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขายในภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้ประกอบการไทยมีความเข้าใจการบริหารจัดการโลจิสติกส์ตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการจำหน่ายถึงมือผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยให้การทำธุรกิจมีประสิทธิภาพ มีสภาพคล่องทางการเงิน และมีขีดความสามารถในการแข่งขันพร้อมที่จะออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนมากขึ้น” นายอาทิตย์ กล่าว
ทั้งนี้ ภาพรวมต้นทุนโลจิสติกส์ของทุกภาคส่วนทั้งประเทศ ในปี 2555 คิดเป็นสัดส่วน 14.3% ของจีดีพี แบ่งเป็นต้นทุนการขนส่ง 7.1% การเก็บรักษาสินค้าคงคลัง 5.9% และการบริหารจัดการ 1.3%
ขณะเดียวกัน กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) มีแผนที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการรู้จักบริหารต้นทุนโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างความสามารถให้แข่งขันและบุกตลาดต่างประเทศได้ในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)
นอกจากนี้ ยังผลักดันให้เอสเอ็มอีไทยในบริเวณชายแดนสำคัญ เช่น อ.แม่สอด จ.หนองคาย และสระแก้ว ขยายตลาดสู่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว กัมพูชาและมาเลเซีย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าข้ามแดนในบริเวณชายแดน
นายอรรจน์สิทธิ สร้อยทอง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า หากผู้ประกอบการไทยบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ที่ดีก็จะเป็นโอกาสและแต้มต่อในการขยายการลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้ความได้เปรียบเรื่องทำเลที่ตั้งที่อยู่กลางภูมิภาคนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด







