posttoday
รายย่อยหวังโค้งสุดท้ายฟื้น

รายย่อยหวังโค้งสุดท้ายฟื้น

23 พฤษภาคม 2557

เร่งตั้งนายกฯคนกลางสร้างความเชื่อมั่นดึงคู่ค้ากลับมากระตุ้นกำลังซื้อในไทย

เร่งตั้งนายกฯคนกลางสร้างความเชื่อมั่นดึงคู่ค้ากลับมากระตุ้นกำลังซื้อในไทย

เชื่อสถานการณ์ประเทศเริ่มฟื้นตัวหลังประกาศกฎอัยการศึก ขอนายกรัฐมนตรีคนกลางน่าเชื่อถือ ดึงความเชื่อมั่นคืน ดันเศรษฐกิจไทยปี 57 โต 23%

เอสเอ็มอีหวังไตรมาส 4 ฟื้น ขอนายกฯ คนกลางน่าเชื่อถือ เรียกความเชื่อมั่นคืน

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมความเชื่อมั่นของ ผู้ประกอบการและผู้บริโภคในประเทศ มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเร่งให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลางเข้ามาบริหารประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อทำให้สถานการณ์ของประเทศคลี่คลายโดยเร็ว และทำให้ภาวะการค้า การลงทุนเข้าสู่ภาวะปกติ

หลังจากการประกาศกฎอัยการศึก เพราะแสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ของประเทศเริ่มมีทางออก โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเร่งให้มีการแต่งตั้ง นายกรัฐมนตรีคนกลาง เข้ามาบริหารประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อทำให้สถานการณ์ของประเทศฟื้นตัวโดยเร็วที่สุด

อยงไรกตมอยอย่างไรก็ตาม หากนายกรัฐมนตรีคนกลางที่เข้ามาบริหารประเทศเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และมีความน่าเชื่อถือจะส่งผลดีให้สถานการณ์ของประเทศไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้น และจะทำให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในปีนี้ มีโอกาสขยายตัวได้ 2.53% โดยมีแรงขับเคลื่อนของเศรษฐกิจไทยจากการส่งออก ที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง และทำให้เอสเอ็มอีไทยกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้

“หากมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลางไม่เป็นที่ยอมรับของคนในประเทศ และมีปัญหาความน่าเชื่อถือ ก็จะส่งผลให้จีดีพีของประเทศ ขยายตัวได้ในระดับ 1.5% และภาคธุรกิจเอสเอ็มอีก็จะกลับมาฟื้นตัวได้ช้า” นายเกียรติอนันต์ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะอ่อนแอสุดในรอบ 10 ปี จากปัญหาเรื่องการเมืองที่ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าช้ากว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียนที่กำลังเร่งพัฒนาประเทศ

“สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้อยู่ในภาวะที่เรียกว่า คนกำลังป่วย และการประกาศกฎอัยการศึก ก็เปรียบเสมือนทำให้สถานการณ์ของประเทศเริ่มดีขึ้น เพราะอยู่ในห้องปลอดเชื้อแล้ว และต้องเร่งจัดตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลางให้เร็วที่สุด เพื่อทำให้ประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะในขณะนี้ เวลา ไม่ใช่เพื่อนของประเทศไทย อีกต่อไปแล้ว” นายเกียรติอนันต์ กล่าว

ขณะเดียวกัน การที่ประเทศไทยมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่ชัดเจนในช่วงก่อนหน้านี้ กระทบให้คู่ค้าหลายประเทศ หันไปสั่งซื้อสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านแล้ว โดยเมื่อคู่ค้าหันไปสั่งซื้อสินค้าจากประเทศอื่น การที่ผู้ผลิตสินค้าจากไทยจะดึงลูกค้ากลับมาสั่งซื้อสินค้าเหมือนเดิมจะเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น รวมทั้งกระทบให้ภาคเอกชนชะลอลงทุนในโครงการต่างๆ ออกไป

นอกจากนี้ ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ที่ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้สำรวจพบว่า เอสเอ็มอีในไตรมาสแรก ประมาณ 70.4% มียอดขายลดลง 19.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้น ขณะที่ คาดการณ์รายได้ในไตรมาส 2 ของปี 2557 โดยเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า 64.5% คาดว่ารายได้ลดลง 28.6% รายได้ใกล้เคียงกัน และอีก 6.9% รายได้เพิ่มขึ้นในกลุ่มที่คาดว่ารายได้จะลดลงนั้น โดยเฉลี่ยแล้วรายได้ลดลงประมาณ 14.8%

นายเกียรติอนันต์ กล่าวว่า สถานการณ์ในไตรมาส 2 นี้ น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรก โดยกลุ่มเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบมากสุดจะเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ และของใช้ไม่จำเป็น รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล