posttoday
ยอดขอบีโอไอยังดิ่งหนัก

ยอดขอบีโอไอยังดิ่งหนัก

23 พฤษภาคม 2557

เผย4เดือนแรกมูลค่าลดลง44.8%บอร์ดใหญ่เคว้งรอการเมืองคลี่คลาย

เผย4เดือนแรกมูลค่าลดลง44.8%บอร์ดใหญ่เคว้งรอการเมืองคลี่คลาย

เผยยอดยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 4 เดือนแรกปีนี้ลดเหลือ 2.7 แสนล้านบาท ทรุดลง 44.8%

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย. 2557) มีโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 399 โครงการ ลดลง 42% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ก่อน ที่มีจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริม 692 โครงการ และมูลค่าเงินลงทุนอยู่ที่ ระดับ 2.7 แสนล้านบาท ลดลง 44.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมูลค่าเงินลงทุน 4.88 แสนล้านบาท โดยมีสาเหตุจากสถานการณ์ทางการเมือง ประกอบกับในปีที่แล้วยอดโครงการขอรับส่งเสริมส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนมาก โดยเฉพาะการลงทุนในกิจการสาย การบินต่างๆ และอุตสาหกรรมรถยนต์

“ถ้านำสถิติยอดขอรับส่งเสริม ในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 และ 2554 ซึ่งมีเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง จะพบว่าในปีนี้มูลค่าเงินลงทุนสูงกว่า โดยปี 2553 มูลค่าเงินลงทุนอยู่ที่ 1.36 แสนล้านบาท และปี 2554 มูลค่าเงินลงทุนอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท ขณะที่ปี 2556 ยอดขอรับส่งเสริมที่สูงนั้นมาจากการยื่นขอรับการลงทุนในกิจการขนส่งทางอากาศของสายการบินกว่า 10 โครงการ 1.58 แสนล้านบาท กิจการผลิตรถยนต์ของฮอนด้า 3.32 หมื่นล้านบาท และกิจการเรือเดินทะเล 2 หมื่นล้านบาท” นายอุดม กล่าว

สำหรับโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมมากที่สุดในช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเครื่องจักร มีมูลค่าเงินลงทุน 1.62 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน ระยะที่ 2 หรืออีโคคาร์ 2 รองลงมาเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กระดาษและพลาสติก มีมูลค่าเงินลงทุน 2.45 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณายอดขอรับส่งเสริมฯพบว่าเป็นโครงการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) 264 โครงการ เงินลงทุน 2.2 แสนล้านบาท ลดลง 1.9 % จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าเงินลงทุน 2.24 แสนล้านบาท โดยนักลงทุนญี่ปุ่นยังเป็นกลุ่มที่ยื่นขอรับส่งเสริมมากที่สุด 126 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 6.73 หมื่นล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 41% และ 55% ตามลำดับ รองลงมาเป็นสหรัฐ มูลค่าเงินลงทุน 4.1 หมื่นล้านบาท เกาหลีใต้ 1.22 หมื่นล้านบาท และจีน 9,344 ล้านบาท

นายอุดม กล่าวว่า หากสถานการณ์ทางการเมืองเริ่มคลี่คลาย และระดับความขัดแย้งลดลง เชื่อว่าจะทำให้นักลงทุนกลุ่มที่ชะลอการตัดสินใจยื่นขอรับส่งเสริมก่อนหน้านี้ มีความมั่นใจและตัดสินใจทยอยยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ และยอดขอรับส่งเสริมคาดว่าน่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 7 แสนล้านบาท

เลขาธิการบีโอไอ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการบีไอไอชุดใหญ่ และคณะอนุกรรมการบีโอไอหรือคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เนื่องจากต้องติดตามสถานการณ์การเมืองให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ ขณะที่เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการพิจารณาโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนที่มีมูลค่ามากกว่า 750 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 10 โครงการ มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท และเตรียมส่งให้คณะกรรมการบีโอไอชุดใหญ่อนุมัติต่อไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ