
ทิศทางตลาดเปลี่ยนแปลงเพราะปัจจัยการเมือง
เรื่องที่ตื่นเต้นที่สุดในผลกระทบการลงทุนตลาดหุ้นไทยในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็คือ การประกาศกฎอัยการศึกและสิ่งที่เห็นก็คือการขายสุทธิของต่างชาติ
เรื่องที่ตื่นเต้นที่สุดในผลกระทบการลงทุนตลาดหุ้นไทยในช่วงหลายวันที่ผ่านมาก็คือ การประกาศกฎอัยการศึกและสิ่งที่เห็นก็คือการขายสุทธิของต่างชาติ แต่การเข้าซื้ออยู่ที่ฝั่งไทย ซึ่งสิ่งดังกล่าวก็เป็นเรื่องการสะท้อนได้ว่า การรับรู้ในการประกาศกฎอัยการศึกน่าจะแตกต่างกัน ฝ่ายหนึ่งอาจจะรู้สึกตกใจหรือเป็นกติกาของการบริหารบางกองทุนที่จำเป็นต้องขาย แต่อีกฝ่ายหนึ่งน่าจะมีความรู้สึกในด้านบวก เพราะฉะนั้นผมไม่รู้สึกแปลกใจว่าเราเห็นภาพของประชาชนทั่วไปมาถ่ายรูปทหารที่ยืนตามจุดสำคัญในเมืองต่างๆ มีการซื้อน้ำ ซื้อของรับประทานให้ นั้นน่าจะสะท้อนความอึดอัดของประชาชนบางส่วนที่มีความรู้สึกว่า สถานการณ์การเมืองมันยืดเยื้อจนเอือมระอาแล้ว และแน่นอนว่ามันก็สะท้อนออกมาที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลขจีดีพี (GDP) ที่มีการปรับตัวลดลง และกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก ก็มีการปรับตัวลดลงในระดับ 9% กว่าๆ สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อไป ก็คือ ทางออกการเมืองจะมีบทสรุปในทางไหน และสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นต้องมีทางออกที่เร็ว ขยายความในเชิงของมุมมองตลาดหุ้นระยะสั้น (เน้นมุมมองตลาดหุ้นเท่านั้น) ผมเชื่อว่านักลงทุนในตลาดหุ้นเขารับรู้ความเรื่องปัจจัยเสี่ยงการเมืองมาหลายเดือนแล้ว และหลายท่านก็มีการทำใจไว้ในด้านต่างๆ พอสมควรฉะนั้น ซึ่งหมายถึงกรณีมีทางออก ไม่ว่าจะมุมไหนก็มีความเป็นไปได้ที่หุ้นจะขึ้นต่อ เพราะผลการหารือคงเป็นไปไม่ได้ว่า ทุกๆ ฝ่ายจะถูกใจ 100% ซึ่งคาดว่าต้องมีบางฝ่ายที่รู้สึกว่าเสียเปรียบ แต่ในมุมของตลาดหุ้นคาดว่าถ้าผลการตัดสินเร็วตลาดหุ้นจะขึ้นทันที
คำถามต่อมาก็คือ แล้วจะขึ้นหรือลงถึงเท่าไร คำตอบก็คือ กรณีพิจารณา 1,400 จุด ของ Set Index เป็นบริเวณกลาง ก็ต้องยอมรับว่าการที่จะให้ Set Index ขึ้นไปที่ 1,500 จุด หรือลงมาที่ 1,300 จุด ก็มีความเป็นไปได้แทบทั้งสิ้น และดูในแง่ของ P/E ก็ไม่ใช้เรื่องแปลกที่จะขึ้นจากนี้อีก 100 จุด หรือจะลงจากนี้อีก 100 จุด แปลว่า กรณีเรื่องจบในระยะสั้น เราจะเห็นการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทย และอาจจะมีความแรงพอสมควรในระดับการวิ่งไปสู่ 1,450 หรือ 1,480 หรือ 1,500 จุด (แต่กรณีในระยะสั้นไม่มีทางออกบทสรุป ก็เป็นตรงข้าม) โดยกรณีนำเอาการวิเคราะห์ทางเทคนิคมาจับจะได้มุมมองว่า กรณี Set Index ยืน 1,400-1,410 ได้ เป็นสัญญาณซื้อและการขึ้นพร้อมวอลุ่มอาจจะชี้ได้ว่า เป็นขาขึ้นครั้งใหม่ แต่การต่ำกว่า 1,380แปลว่า ทิศทางจะเป็นขาลง
ณ จุดนี้ การเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมืองเกิดในด้านลบ เพราะฉะนั้นการต่ำกว่า 1,380 แสดงให้เห็นการตัดสินการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้น และมีความเป็นไปได้ที่เกิด Panic Sell และน่าจะเห็นการลงมาทดสอบ 1,350 หรือ 1,300 บวกลบ
แต่สิ่งที่อยากฝากไว้ในช่วงท้ายของบทความจะเป็นเรื่องของทองคำ เพราะจากกราฟที่นำมาให้พิจารณาเป็นการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลกจะพบว่า การแกว่งตัวที่เกิดขึ้นมาตลอด 23 เดือนนี้กำลังจะเกิดการเปลี่ยนทิศทางในเร็ววันนี้ โดยจุดสังเกตก็คือ การต่ำกว่า 1,277 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ มีโอกาสการปรับตัวลดลง แต่การสูงกว่า 1,308-1,314 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แปลว่า ขึ้น ซึ่งเรียนตรงๆ ว่าน้ำหนักลง ณ ขณะนี้มีสูงกว่า เพราะฉะนั้นอาจจะควรระวังการลงแรงของราคาทองคำและมีความเป็นไปได้สูงมากที่เราจะเห็น การเกิด Panic Sell ของราคาทอง กรณีราคาทองคำโลกต่ำกว่าแนวรับดังกล่าว!
หมายเหตุ ท่านนักลงทุนสามารถเข้าติดตามข้อมูลหรือเล่นกราฟได้ ที่ http://www.aekinvestment.com/ ซึ่งการทะเบียน ลองใช้เบื้องต้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายครับ







