
ดิ่ง1-2%แค่ช่วงสั้น
ต่างชาติถล่มหุ้นใหญ่รอความชัดเจนแนะอย่ารีบซื้อรอให้สะเด็ดน้ำก่อนเข้าไป
ต่างชาติถล่มหุ้นใหญ่รอความชัดเจนแนะอย่ารีบซื้อรอให้สะเด็ดน้ำก่อนเข้าไป
ระวังต่างชาติถล่มหุ้นใหญ่หนีรัฐประหาร ช่วงสั้นดิ่ง 1-2% รอดูความชัดเจนสัปดาห์ก่อนเข้าไปซื้อ
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การประกาศยึดอำนาจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะกระทบต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นอย่างแน่นอน คาดว่าดัชนีจะปรับตัวลดลง 1-2% เพราะกองทุนต่างชาติบางแห่งจะต้องขายออกไป และแนะนำว่านักลงทุนยังไม่ควรรีบเข้าไปรับซื้อเร็วนัก
“ผมอยู่ระหว่างการโรดโชว์ที่ลอนดอน ฝรั่งกลัวว่าสถานการณ์จะลากยาว ซึ่งเมื่อมีการรัฐประหารขึ้นมาก็เป็นคำตอบว่าไม่ลากยาวและเบ็ดเสร็จน่าจะมีรัฐบาลเข้ามาบริหาร มีนโยบายการลงทุนที่ชัดเจนขึ้น สร้างความมั่นใจได้” นายปริญญ์ กล่าว
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นระยะสั้นในวันที่ 23 พ.ค. มีความเสี่ยงที่จะลดลงได้ประมาณ 12% ด้วยแรงขายระยะสั้นจากความตระหนกของทั้งนักลงทุนทุกกลุ่มหลังจากต่างชาติที่เริ่มทยอยกลับมาซื้อสุทธิก่อนหน้านี้ รวมถึงสถาบันไทยและรายย่อยที่ซื้อติดต่อกัน 2 วันที่ผ่านมาเพื่อลดความเสี่ยงชะลอดูสถานการณ์
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต กล่าวว่า วันนี้จะเปิดติดลบแน่ เพราะนักลงทุนต่างชาติและกองทุนต่างชาติที่ติดกฎห้ามลงทุนในประเทศที่มีการปฏิวัติรัฐประหารจะต้องขายหุ้นออกมา ซึ่งหุ้นขนาดใหญ่คือเป้าหมายหลัก
อย่างไรก็ตาม หากดูแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ยังถือหุ้นไทยอยู่ก็ไม่น่าจะทำให้ดัชนีลงแรงมากนัก เพราะตั้งแต่สหรัฐเลิกมาตรการคิวอีได้ขายมาต่อเนื่องแล้วกว่า 1.7 แสนล้านบาท จึงมองว่าแรงขายไม่น่าจะกดดันให้หุ้นลงลึกมากนัก
“เชื่อว่าวันนี้ตลาดหุ้นจะมีทิศทางเดียวกับวันที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกที่เปิดลง และเมื่อรับรู้ก็ค่อยๆ ดีขึ้น และหากเปรียบเทียบกับปี 2549 จะเห็นว่าหุ้นลงประมาณ 4% แล้วค่อยๆ ฟื้นกลับมา” นายพิชัย กล่าว
ทั้งนี้ นักลงทุนจะต้องติดตามว่าระหว่างนี้จะมีโรดแมปประเทศ มีการจัดร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ และมีคณะขึ้นมาบริหารประเทศอย่างไร และระหว่างนี้จะมีเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีเหตุรุนแรงก็เชื่อว่าดัชนีจะลงแค่บริเวณ 1,370-1,380 จุด และลึกที่สุด 1,300 จุด
สำหรับคำแนะนำการลงทุน นักลงทุนยังไม่ควรเข้าไปซื้อในวันแรก ให้รอดูวันที่ 2 และ 3 ก่อน ซึ่งหุ้นลงก็เป็นโอกาสซื้อของนักลงทุนที่มีเงินเย็น แนะนำหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับโมเดิร์นเทรด เกี่ยวกับอาหาร สาธารณูปโภคและหุ้นส่งออก เพราะจะ ได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่า และ หลีกเลี่ยงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง
นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี กล่าวว่า การรัฐประหารครั้งนี้น่าจะเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในระยะกลางและยาว เพราะคาดว่าจะทำให้เกิดการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
“นักลงทุนไทยน่าจะสบายใจ แต่นักลงทุนต่างชาติอาจจะไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นน่าจะมีแรงขายออกมามากในวันนี้ และอาจจะต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า” นายประภาส กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากตลาดหุ้นปรับลดลงแรงอาจจะมีแรงซื้อเข้ามา โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะกลางถึงยาว หรือประมาณ 3-5 ปีขึ้นไป รวมทั้งคาดว่าจะมีเงินไหลเข้ามาในกองทุนด้วย
“แนะนำให้ทยอยซื้อ ไม่ต้องรีบมาก เพราะยังไม่รู้ว่าวันเสาร์อาทิตย์นี้จะมีพัฒนาการอะไรบ้าง” นายประภาส กล่าว
ด้านการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ นายชาญชัย กงทองลักษณ์ กรรมการอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์สำคัญๆ ทางเจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์ติดต่อไปยังลูกค้าว่าจะคิดทำอย่างไรกับสัญญาที่มีอยู่ในมือ แต่ลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะปิดสถานะหรือยังคงไว้
“วันนี้หุ้นคงเปิดลดลง แต่ลูกค้าเราลงทุนในฟิวเจอร์สมานาน เขารู้ดีว่าจะทำอย่างไรและเหตุการณ์ตื่นตระหนกใหญ่ 2-3 รอบที่ผ่านมา ไม่พบว่าลูกค้าจะถูกเรียกหลักประกัน” นายชาญชัย กล่าว
วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีแกว่งขึ้นและลง 14 จุด ปิดที่1,405 บวก 2.29 จุด โดยต่างชาติขายอีก 1,882 ล้านบาท







