
คลังดึงไอเอฟซีช่วยเอสเอ็มอี
ค้ำประกันร่วมกับบสย.เพิ่มเป็น50%กระตุ้นแบงก์พาณิชย์ให้กู้รายเล็ก
ค้ำประกันร่วมกับบสย.เพิ่มเป็น50%กระตุ้นแบงก์พาณิชย์ให้กู้รายเล็ก
คลังเล็งดึงไอเอฟซี ช่วย บสย.ค้ำหนี้เอสเอ็มอีเพิ่มเป็น 50% หวังกระตุ้นแบงก์ให้กู้มากขึ้น
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทยและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาห กรรมขนาดย่อม (บสย.) ว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขาดสภาพคล่องมากขึ้น ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้นำวงเงินค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ตามโครงการพีจีเอส 5 ที่เหลืออยู่ 1.65 แสนล้านบาท คาดว่าจะช่วยเอสเอ็มอีได้กว่า 5 หมื่นราย สร้างสินเชื่อในระบบ 2.8 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ บสย.จะพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้กับลูกค้าที่ครบกำหนดชำระระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.ถึงสิ้นปีนี้ คิดเป็นวงเงินค่าธรรมเนียม 2,800 ล้านบาท และสัปดาห์หน้าจะหารือกับสถาบันการเงินต่างชาติเพื่อเจรจาเพิ่มวงเงินค้ำประกันเงินกู้ปล่อยสินเชื่อให้กับสถาบันการเงินขึ้นเป็น 50% จากปัจจุบัน บสย.ค้ำประกัน 18% ของวงเงิน
นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ประสานกับธนาคารโลก เพื่อดึงบรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (The International FinanceCorporation) หรือไอเอฟซี มาศึกษาเรื่องการรับค้ำประกันลูกหนี้ให้เต็ม 50% ตามที่สมาคมธนาคารไทยเสนอ เพิ่มจากที่ บสย.รับค้ำประกันอยู่ 18% ส่วนไอเอฟซีจะรับค้ำเพิ่มอีกเท่าไรอยู่ระหว่างการหารือ
นอกจากนี้ บสย.เตรียมประสานสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ให้นำสภาพคล่องกว่า 200 ล้านบาท มาจ่ายค่าธรรมเนียมการค้ำประกัน 1.75% ในปีแรกให้เอสเอ็มอีขนาดเล็ก
นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า หากดึงสถาบันค้ำประกันสินเชื่อต่างชาติมาช่วยค้ำประกัน จะทำให้ธนาคารพาณิชย์กล้าปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นและเชื่อว่าเอสเอ็มอียอมที่จะเสียค่าธรรมเนียมการค้ำสูงขึ้น เพราะทุนหมุนเวียนเป็นปัญหาสำคัญของเอสเอ็มอีในขณะนี้







