
วิกฤตขาดนักแปลเฉพาะทาง
ธุรกิจโลคัลไลเซชั่นโตตามเทรนด์เออีซีเอกชนดิ้นหาสูตรผลิตคนคุณภาพ
ธุรกิจโลคัลไลเซชั่นโตตามเทรนด์เออีซีเอกชนดิ้นหาสูตรผลิตคนคุณภาพ
ชี้เทรนด์งานแปลรุ่ง สร้างวิกฤตขาดบุคลากร เอกชนเร่งผุดโมเดลปั้นคน บริษัทนอกเล็งเปิดสาขาไทย
นางพนิตนันท์ สนิทประชากร ประธานบริษัท เอ็คโค่ คอมมิวนิเคชั่นส์ เปิดเผยว่า ธุรกิจการแปลและทำงานต้นฉบับให้เป็นภาษาท้องถิ่น หรือโลคัลไลเซชั่น (Localization) ยังเติบโตได้ดีในปีนี้ เนื่องจากการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนทำให้บริษัทต่างชาติต้องการขยายธุรกิจเข้ามาในภูมิภาคนี้ และไทยมีความน่าสนใจเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางในภูมิภาค ประกอบกับความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและต้นทุนไม่แพงเท่าสิงคโปร์
ขณะที่บริษัทโลคัลไลเซชั่นจากสหรัฐและยุโรปประมาณ 3 ราย มีความสนใจและอาจขยายฐานการผลิตมาไทย เพื่อใช้เป็นประตูเชื่อมสู่อาเซียน โดยไทยพร้อมทั้งในแง่สำนักงาน บุคลากร และสิ่งอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต
อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่เพิ่มขึ้นมากดังกล่าว ส่งผลให้จำนวนบุคลากรด้านโลคัลไลเซชั่นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มนักแปล วิศวกร และผู้จัดการโครงการ ซึ่งเป็นที่ต้องการมาก ขณะที่สถาบันการศึกษาผลิตบุคลากรไม่ทัน เพราะกว่าจะเปิดหลักสูตรใหม่ๆ ต้องใช้เวลาหลายปี ทำให้คนทำงานกลุ่มเดิมๆ หมุนเวียนอยู่ในตลาดงาน
ปัจจุบัน บริษัทต้องเร่งสร้างบุคลากรเองในรูปแบบต่างๆ เนื่องจากการแปลยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่งานวรรณกรรมเหมือนในอดีต แต่ต้องตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น เช่น ต้องการนักแปลด้านการแพทย์ แต่นักแปลที่จบด้านอักษรศาสตร์ก็ไม่สามารถทำได้ จึงต้องปรับวิธีมาใช้ผู้ที่มีความรู้ในสาขาใกล้เคียงและภาษาอังกฤษมาอบรมเพิ่มเติม เพื่อให้ทำงานแปลเฉพาะทาง
นอกจากนี้ ยังได้หารือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันโลคัลไลเซชั่น อินสติติวท์ของสหรัฐ ถึงแนวคิดที่จะเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตร เพื่อให้คนในอาเซียนที่สนใจงานด้านโลคัลไลเซชั่นมาเรียน รวมทั้งเอ็คโค่ฯ มีแผนจะปรับหลักสูตรวิชาเลือกที่ทำร่วมกับจุฬาฯ ในปีการศึกษาหน้า เพื่อรองรับงานในอนาคต ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ ก่อสร้าง รวมถึงสินค้าต่างๆ ที่จะจัดจำหน่ายในหลายประเทศอาเซียน
ขณะเดียวกัน ก็มีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีมาใช้ในธุรกิจการแปลมากขึ้น เพื่อช่วยในการแปลงานปริมาณมากๆ ที่จะทำให้คุณภาพงานแปลดีขึ้น รวมถึงเครื่องมือบริหารจัดการโครงการ เพื่อช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ รายได้ของบริษัท เอ็คโค่ฯ ในไตรมาสแรก ปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 34 ล้านบาท ขยายตัว 14.22% มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 8% และปรับแผนมาเร่งตั้งสำนักงานในสิงคโปร์ก่อน จากเดิมที่มีแผนจะขยายธุรกิจไปอินโดนีเซียในปลายปีนี้







