
เอสพีซีจีขายไฟฟ้าครบรับ3.5พันล้านปีนี้
SPCG ลุยขายไฟเข้าระบบครบ 36 โครงการ ตามแผน มิ.ย.นี้ ฟาดรายได้ 3,500 ล้าน ประเดิมแจกปันผล
SPCG ลุยขายไฟเข้าระบบครบ 36 โครงการ ตามแผน มิ.ย.นี้ ฟาดรายได้ 3,500 ล้าน ประเดิมแจกปันผล
น.ส.วันดี กุญชรยาคง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้น ไม่มีผลกระทบต่อธุรกิจโดยตรง เนื่องจากบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดตามแผนงานที่วางไว้ โดยภายในเดือนมิ.ย.นี้ จะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบครบทั้งหมด 36 โครงการ ขนาดรวมทั้งสิ้น 260 เมกะวัตต์ และมีสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาวรองรับไว้แล้ว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบันบริษัทจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเพิ่มอีก 10 โครงการ รวม 74 เมกะวัตต์ และในเดือน มิ.ย.นี้ จะจ่ายเพิ่มอีก 3 โครงการ รวมประมาณ 22 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2556 มีจำนวน 23 โครงการ ขนาดรวม 171 เมกะวัตต์
ด้านผลดำเนินงาน ในปี 2557 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% และกำไรจะเติบโตก้าวกระโดดจากปี 2556 ส่วนในปี 2558 จะรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการทั้งหมด 36 โครงการ ส่งผลให้รายได้เพิ่มเป็น 4,500-5,000 ล้านบาท และมีกำไรเพิ่มขึ้นด้วย
น.ส.วันดี กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 26-29 พ.ค.นี้ บริษัทจะเปิดขายหุ้นกู้ วงเงิน 4,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 5.55% ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ลดลงจากปัจจุบันที่ 4.5 เท่า เหลือประมาณ 3 เท่า ในสิ้นปีนี้ หลังชำระคืนหนี้เงินกู้ส่วนทุนของธนาคารกสิกรไทยและธนาคารกรุงไทยที่เหลือทั้งจำนวนประมาณ 2,500 ล้านบาท จากเงินต้นเดิมที่ 3,300 ล้านบาท ดอกเบี้ยราว 12% ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเหลือประมาณ 150 ล้านบาทต่อปี จากเดิมที่ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี และภายใน 3 ปีตั้งเป้าลดดีอีเหลือ 2 เท่า
การคืนหนี้เงินกู้ส่วนทุนจะช่วยปลดล็อกใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.จะสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้เป็นครั้งแรก ซึ่งมีแผนที่จะพิจารณาจากผลกำไรครึ่งหลังของปี 2557 โดยมีนโยบายไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ 2.มีเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการตามแผนงานที่วางไว้ในปีนี้อีกประมาณ 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ เช่น กลุ่มประเทศอาเซียน และโครงการร่วมทุนในประเทศญี่ปุ่นที่รัฐบาลมีนโยบายสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวมมากถึง 3 หมื่นเมกะวัตต์ รวมถึงการรับเหมางานก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในตะวันออกกลาง
ในอนาคตบริษัทมีโอกาสที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่ม ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติไว้แล้ว และภายในสิ้นปีนี้น่าจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูล ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 1 ตำบล 1 เมกะวัตต์ ขนาดรวม 800 เมกะวัตต์ บริษัทคาดจะได้ขนาด 500 เมกะวัตต์ และโครงการประมูลการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟ) บนอาคารศาลากลางว่าการจังหวัดทั่วประเทศ รวม 50 เมกะวัตต์
อย่างไรก็ดี ภายใน 5 ปีข้างหน้าตั้งเป้าจะเพิ่มโรงไฟฟ้าเป็นไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ โดยน่าจะใช้เงินลงทุนอีกไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มอีกราว 240เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโครงการในอาเซียน ถ้ามีโครงการดีๆ เข้ามา ยังสามารถออกหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ได้อีก 84 ล้านหุ้น แต่จะต้องรอจังหวะในการขายหุ้นด้วย







