
สหกรณ์คลองจั่นเคว้งตั้งกองทุนฟื้นฟูส่อแววล่ม
กรมส่งเสริมสหกรณ์เรียกประชุมตัวแทนสหกรณ์ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย กว่า 100 แห่ง เพื่อหารือแนวทางการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา
กรมส่งเสริมสหกรณ์เรียกประชุมตัวแทนสหกรณ์ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย กว่า 100 แห่ง เพื่อหารือแนวทางการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา
จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ขอความร่วมมือแต่ละสหกรณ์นำเงินไปฝากที่ชุมนุมสหกรณ์เครคิตยูเนี่ยนฯ เพื่อนำเงินให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กู้ไปบริหารจัดการในโครงการเพื่อนช่วยเพื่อนตั้งเป้าระดมเงินปีนี้ 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สหกรณ์ทุกแห่งได้ขอให้กรมสร้างความมั่นใจว่า เงินกู้ดังกล่าวจะไม่เป็นหนี้สูญ โดยให้กรมจัดทำเอกสารที่ระบุว่า เมื่อแต่ละสหกรณ์ให้กู้แล้วจะได้เงินคืน เพื่อนำไปหารือกับสมาชิกก่อน โดยวันนี้ มีสหกรณ์ฝากเงินในโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน 111 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องได้รับเงินคืนเป็นอันดับแรก หากมีการขายทรัพย์สินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ซึ่งผู้บริหารคลองจั่นยินยอม อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถระดมทุนได้เพิ่มขึ้นในจังหวัดต่างๆ โดยมีเป้าหมายปี 2557 ประมาณ 2,000 ล้านบาท” จุมพล กล่าว
เฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ และอดีตประธานกรรมการชั่วคราวสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กล่าวว่า กรมและสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เสนอให้ชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ และชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ร่วมกันจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ และระดมเงินฝากจากสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศมาปล่อยกู้ให้กองทุนอัตราดอกเบี้ยประมาณ 4.25% เพื่อปล่อยกู้ให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ดอกเบี้ย 4.5% โดยชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จะได้ค่าบริหารจัดการเพียง 0.25% ระยะเวลาให้กู้ 8 ปี และยังมีระยะเวลาปลอดเงินต้น 3 ปี และจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง
อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวสมาชิกชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ คงไม่เห็นด้วย เพราะเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ ทำให้ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ต้องรับความเสี่ยงแทนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ทั้งหมด เพราะเงินฝากที่ระดมได้จากสมาชิกจะต้องปล่อยกู้ให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เป็นเวลา 8 ปี และเป็นการปล่อยกู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นอกจากนี้ คณะกรรมการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ มีวาระ 2 ปี หากคณะกรรมการหมดวาระไปและเกิดปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ ใครจะรับผิดชอบ
นอกจากนี้ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ยังไม่มีแผนฟื้นฟูฯ ที่ชัดเจน เนื่องจากอยู่ระหว่างการว่าจ้างบริษัทเอกชนเป็นเงิน 5 ล้านบาท ในการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ทั้งที่เมื่อครั้งที่ตนได้รับแต่งตั้งจากกรมเป็นประธานชั่วคราวได้จัดทำแผนฟื้นฟูฯ ไว้ทั้งหมดแล้ว จึง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเสียเงินจ้างบริษัทเอกชนทำแผนฟื้นฟูฯ ใหม่
เฉลิมพล ยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า 1.ปัญหาสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เกิดจากผู้บริหารทุจริต ดังนั้น สิ่งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ จะต้องดำเนินการคือ การแก้ไขปัญหาติดตามหนี้ของลูกหนี้ทั้งหมด รวมทั้งติดตามสินทรัพย์คืนจากผู้บริหารที่ได้ฉ้อโกงไป รวมทั้งควรขายสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็นออกไป เช่น อาคารยูเนี่ยนทาวเวอร์ สำนักงานสาขาที่มีอยู่ทั้งหมด 9 แห่ง รวมทั้งหุ้นในบริษัท สหประกันชีวิต นอกจากนี้ ยังต้องติดตามเงินที่อดีตผู้บริหารนำไปบริจาควัด ธรรมกายคืนด้วย
2.ควรให้เจ้าหนี้ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ร่วมลงขันนำเงินมาฝากเพิ่มในสัดส่วน 4050% ของหนี้ทั้งหมด เพื่อให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ มีเงินก้อนใหม่ในการนำไปปล่อยกู้ให้สมาชิกและหารายได้ต่อ เป็นการสร้างรายได้มาชำระคืนให้กับเจ้าหนี้
3.หากกรมต้องการที่จะช่วยเหลือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ก็ควรนำเงินของกรมมาช่วยเหลือ หรือควรเป็นแกนกลางในการตั้งกองทุน เพื่อระดมเงินมาปล่อยกู้ให้กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เอง จากนั้นจึงให้ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ช่วยบริหารจัดการ







