
ดัชนีอุตฯต่ำสุดในรอบ58เดือน
ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมทรุดต่อต่ำสุดในรอบ 58 เดือน ผู้ประกอบการเร่งยุติปัญหาการเมืองโดยเร็ว เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมทรุดต่อต่ำสุดในรอบ 58 เดือน ผู้ประกอบการเร่งยุติปัญหาการเมืองโดยเร็ว เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยเดือนเมษายน 2557 อยู่ที่ระดับ 84.0 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากระดับ 84.7 ในเดือนมีนาคม ทั้งนี้ค่าดัชนีฯ ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 58 เดือน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2552 โดยค่าดัชนีฯที่ลดลงเกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 98.2 ปรับตัวลดลงจากระดับ 99.1 ในเดือนมีนาคม ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯคาดการณ์ที่ลดลงเกิดจากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ
จากการสำรวจพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ได้แก่ ความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ จากการที่ไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจในการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยผู้ประกอบการต้องการเรียกร้องให้ยุติปัญหาการเมืองภายในประเทศโดยเร็ว เพื่อเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและนักลงทุนนอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นโดยเฉพาะต้นทุนด้านวัตถุดิบ และพลังงาน รวมทั้งการขาดสภาพคล่อง และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งจากความกังวลดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจการ เห็นได้จากค่าดัชนียอดคำสั่งซื้อและยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้า ขณะเดียวกันในเดือนเมษายน มีวันทำงานน้อยกว่าเดือนอื่นๆ จากเทศกาลสงกรานต์ จึงทำให้การใช้กำลังการผลิตลดลงด้วย
“สภาวะแวดล้อมในการดําเนินกิจการ เมื่อพิจารณาปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบการอุตสาหกรรมในเดือนเมษายน 2557 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ราคาน้ำมัน สภาวะเศรษฐกิจโลก และอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ยังอยู่ในระดับทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า”นายสุพันธุ์กล่าว
นายสุพันธุ์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐในเดือนเมษายนนี้ คือ ต้องการให้เร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองให้ยุติโดยเร็ว โดยให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจากัน รวมถึงยังต้องการให้ภาครัฐช่วยแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องโดยการสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย เร่งหามาตรการกระตุ้นการส่งออก พร้อมทั้งมีนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมการค้าชายแดนให้มีความสะดวกคล่องตัวมากขึ้น







