
กรุงศรีรุกธุรกิจควิกเพย์ในธุรกิจขายตรง-โลจิสติกส์
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาต่อยอดธุรกิจชำระเงินดิลิเวอรี่ ในผู้ประกอบการขายตรงและโลจิสติกส์ ตั้งเป้าธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์โต 25-30%
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาต่อยอดธุรกิจชำระเงินดิลิเวอรี่ ในผู้ประกอบการขายตรงและโลจิสติกส์ ตั้งเป้าธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์โต 25-30%
นายฟิลิป แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมกับบริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ ประเทศไทย และมาสเตอร์การ์ด ขยายการให้บริการกรุงศรี ควิกเพย์ หรือการรับชำระค่าบริการด้วยบัตรเครดิตและเดบิต ผ่านอุปกรณ์อ่านข้อมูลบัตรที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต หลังจากการช้อปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยม จนทำให้ธุรกิจขายตรงหันมาพัฒนาช่องทางตลาดทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้การทำธุรกรรมการชรำะเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (โมบาย เพย์เม้นท์) มีความนิยมเพิ่มตามไปด้วย
ทั้งนี้ ธนาคารเป็นผู้นำนวัตกรรมการชำระเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยเริ่มให้บริการ กรุงศรี ควิกเพย์ ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งนำร่องในธุรกิจประกัน ได้แก่ บริษัท เอไอเอ และไทยประกันชีวิต ซึ่งการต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรในกลุ่มโลจิสติกส์และขายตรง ถือเป็นการสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะเป็นธุรกิจที่อยู่ในวงจรธรรมชาติของการใช้จ่าย คือ การสั่งสินค้า การส่งสินค้า และการชำระเงิน
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ธุรกิจการรับชำระเงินผ่านบัตรเริ่มมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นไปตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้พัฒนาระบบปฏิบัติการต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภค เช่น แอพพลิเคชั่น ให้เชื่อมต่อระหว่างร้านค้ากับกรุงศรี ควิกเพย์ เพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินให้ถูกต้องแม่นยำ รวมทั้งเพิ่มการสแกนบาร์โค้ด เพื่อสนองความต้องการของร้านค้าด้วย
นายฟิลิป กล่าวว่า ธนาคารเตรียมขยายความร่วมมือไปยังธุรกิจที่มีบริการส่งสินค้า (ดิลิเวอรี่) อื่นๆ ต่อไป เช่น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งแท็กซี่มิเตอร์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรับชำระเงินให้ผู้บริโภค สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยที่คาดว่าในอีก 3 ปี คนไทยจะใช้สมาร์ทโฟนทั้งประเทศ และการใช้เงินสดจะมีจำนวนลดลง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่สนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์พัฒนานวัตกรรมระบบการชำระเงินเพื่อลดต้นทุนการพิมพ์ธนบัตร
สำหรับ ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าบัตรเครดิต 6.2 ล้านบัญชี แต่มีผู้ใช้บริการโมบาย เพย์เม้นท์ในสัดส่วนน้อยอยู่ คือ ราว 5,000 ราย ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ขณะที่ธุรกรรมการเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทุกช่องทางมีจำนวนเฉลี่ยต่อปี 2 แสนล้านบาท โดยธนาคารตั้งเป้ามีอัตราการเติบโต 25-30% ในแต่ละปี
นายอิทธิศักดิ์ อำพันยุทธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คังเซน-เคนโก อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจขายตรงต้องรองรับผู้บริโภคราว 20 ล้านคน ที่ซื้อสินค้าผ่านทั้งสาขา ผ่านระบบออนไลน์ และระบบสมาชิก ดังนั้นรูปแบบการชำระเงินควิกเพย์ จะช่วยให้การซื้อสินค้ามีความสะดวก โดยเฉพาะปัจจุบันพบว่าลูกค้าถึง 99% มีบัตรเครดิตแล้วซึ่งควิกเพย์เป็นทางเลือกที่ดีของลูกค้า เชื่อว่า ช่องทางดังกล่าวช่วยสนับสนุนตลาดขายตรงให้ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ซึ่งเฉลี่ยธุรกิจขายตรงเติบโตสูงกว่าจีดีพีเสมอ ปีที่ผ่านมาเติบโต 5-10% ด้วยมูลค่าตลาดรวม 6 หมื่นล้านบาท
ด้าน นายเกล็ดชัย เบญจอาธรศิริกุล กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมานอกจากจะดูแลเรื่องรับส่งสินค้าแล้ว ยังต้องบริหารจัดการการเก็บเงินจากลูกค้าเพื่อนำไปให้ผู้ขาย ซึ่งมีความเสี่ยงในการถือเงินสด รวมทั้งมีผู้บริโภคหลายคนต้องการจ่ายบัตรเครดิต ซึ่งการร่วมมือกับกรุงศรีให้บริการชำระเงินควิกเพย์ นับเป็นการลดความเสี่ยงที่ดี ส่วนบริษัทเตรียมพัฒนาแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน ที่อำนวยความสะดวกในการรายงานสถานะการรับส่งสินค้าแก่ผู้ใช้บริการต่อไป
นายแอนโทนิโอ คอร์โร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและพม่า มาสเตอร์การ์ด กล่าวว่า มาสเตอร์การ์ดมีแผนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด (แคชเลส โซไซตี้) ซึ่งการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตให้เป็นจุดชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและเดบิต เป็นอีกช่องทางเลือกหนึ่งที่ให้ผู้บริโภคคนไทยมีความสะดวกสบาย และมาสเตอร์การ์ด ยืนยันว่า ระบบการชำระเงินช่องทางดังกล่าวมีความปลอดภัย เพราะข้อมูลหรือลายเซ็นจะไม่ถูกบันทึกไว้ในเครื่อง แต่จะถูกส่งไปยังระบบธนาคารทันที







