posttoday
วิถีชีวิตดิจิทัล

วิถีชีวิตดิจิทัล

21 พฤษภาคม 2557

แนวโน้มเทคโนโลยีที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริโภค เป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อหาช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเข้าถึงผู้บริโภคแบบเฉพาะเจาะจง

แนวโน้มเทคโนโลยีที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริโภค เป็นสิ่งที่นักการตลาดต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อหาช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการเข้าถึงผู้บริโภคแบบเฉพาะเจาะจง

บริษัท มายด์แชร์ เอเยนซีเครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสาร ได้วิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีที่มีผลต่อกระบวนการสื่อสารการตลาดในประเทศไทยในปีนี้ โดยแพลตฟอร์มที่จะเข้ามามีบทบาทเด่นชัดในปีนี้ คือ มือถือสมาร์ทโฟนและทีวี ซึ่งรวมทั้งฟรีทีวี เคเบิล แซทเทิลไลท์ และดิจิทัลทีวี

สำหรับดิจิทัลทีวีคาดว่าจะเติบโตเป็น 10% จากสัดส่วนการรับชมทีวีทั้งหมดภายในสิ้นปี และจากการเปลี่ยนถ่ายสู่ระบบดิจิทัลทีวี ทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคเข้าสู่ยุคของเทคโนโลยีมัลติสกรีนที่ชัดเจนขึ้น

การทำการตลาดและการวัดผลต้องคำนึงถึงสองมุมมองหลัก ในด้านความคุ้มค่าในการลงทุน (Cost effectiveness) และด้านคุณภาพของรายการ (Quality of Content) ในช่องหรือแพลต์ฟอร์มนั้นๆ เพราะผู้ชมในประเทศให้ความสำคัญกับเนื้อหารายการที่รับชมมากขึ้น โดยแบรนด์ควรที่จะวัดคุณภาพของรายการนอกเหนือจากเรื่องAwareness และรวมไปถึง Engagement ที่นำสู่ Owned และ Earned media จาก พฤติกรรมการรับชมทีวี และอารมณ์ของผู้รับชมเนื้อหารายการ

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคในปีนี้ คือ

การเข้าถึงดิจิตอลทีวี จะทำให้ผู้บริโภคได้เลือกเนื้อหาที่ตนเองสนใจตามเวลาที่ต้องการ ดังนั้นการผลิตเนื้อหารายการที่ดีในช่องทางเดิมและช่องทางใหม่ๆ จะส่งผลให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดีขึ้นโดยธรรมชาติ

ไลฟ์สไตล์ในการใช้สมาร์ทโฟน จะทำให้ผู้บริโภคไม่มีความอดทนในการรอที่จะบริโภคเนื้อหาที่ต้องใช้เวลาในการเข้าถึงและต้องใช้เวลาในการสื่อสารนานๆ ดังนั้น นักการตลาดต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็วที่สุด และสามารถที่จะดึงความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ผู้บริโภคจะมีความต้องการรับข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้น จะมาในรูปแบบของความต้องการเนื้อหาที่เป็นภาพ เป็นวิดีโอ สติกเกอร์ หรือแม้แต่อินโฟกราฟฟิก แบรนด์จึงต้องปรับกระบวนการสื่อสารที่ผสมผสานให้ลงตัวระหว่างข้อมูลเนื้อหาต่างๆ และภาพ

ปัจจุบันแม้ผู้บริโภคจะมีความเป็นปัจเจก แต่ก็ยังมีความเป็นกลุ่มโดยเลือกที่จะแสดงความคิดเห็นผ่านสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น โลโก้ สี รูปโปรไฟล์ หากแบรนด์ไหนสามารถเข้าถึงความต้องการลึกๆ ของกลุ่มผู้บริโภค และสามารถสร้างสัญลักษณ์ของกลุ่มเพื่อผู้บริโภค จะได้เปรียบในการสื่อสาร

มายด์แชร์ บอกด้วยว่า ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายในทุกทาง ถึงแม้จะชอบความสบายแต่ผู้บริโภคก็ยังมีความรู้สึกว่าความสะดวกสบายนั้นเป็นนิสัยที่ไม่ดี และต้องปรับตัวให้ดีขึ้น ดังนั้น ผู้บริโภคจะมองหาแบรนด์หรือสินค้าและบริการที่จะเป็นผู้ชี้นำหนทางให้ผู้บริโภคได้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านการพัฒนาร่างกายและความคิด

“วิถีชีวิตบนสมาร์ทโฟนและการเปลี่ยนถ่ายสู่ยุคดิจิทัลทีวีจะนำไปสู่ยุคของการตลาดแบบมัลติสกรีน (MultiScreen) และถึงเวลาแล้วที่นักการตลาดจะพลิกมุมมองการใช้สื่อแบบที่ต้องจ่ายเงิน (Paid Media) จะต่อยอดไปสู่มีเดียของแบรนด์ และการสร้างมีเดียที่ไม่ต้องจ่ายเงิน (Earned Media) ต่อไป สุดท้ายการคิดแบบอแดปทีฟจะมีความสำคัญในการปรับการเรียนรู้ เพื่อต่อยอดและปรับให้สอดรับกับความต้องการของเฉพาะบุคคล เพื่อรับมือกับความคาดหวังที่มากขึ้นของผู้บริโภคในปีนี้” ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ กล่าวสรุปถึงวิถีผู้บริโภคยุคใหม่และกระบวนการสื่อสารการตลาดที่จะเปลี่ยนไป

2557 ปีแห่งโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วยอแด๊ปทีฟมาร์เก็ตติ้งเน้นให้ความสำคัญของการสร้าง Owned และ Earned มีเดีย ควบคู่กลยุทธ์ Paid มีเดีย

กรุงเทพ มายด์แชร์ เอเยนซี่เครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสาร เผยในวันนี้ถึงโอกาสในการสร้างแบรนด์ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เน้นการใช้กลยุทธ์ มัลติสกรีน (Multiscreen) เพื่อตอบรับคาดหวังของผู้บริโภคและพฤติกรรมการรับชมพร้อมกันหลายสื่อในเวลาเดียวกัน โดยความท้าทายของนักการตลาดในปีนี้คือกลยุทธ์การเลือกใช้สื่อใหม่และมีความหลากหลายด้วยเทคโนโลยีใหม่ให้เกิดประสิทธิผล เน้นให้ความสำคัญของการสร้าง Owned และ Earned มีเดีย ควบคู่กลยุทธ์ Paid มีเดีย ย้ำเป็นโอกาสของแบรนด์ในการทำการตลาดที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้รู้สึกว่าผู้บริโภคเป็นคนดีขึ้นทั้งด้านร่างกายและจิตใจในปีนี้

ปัทมวรรณ สถาพร – กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นโอกาสและเป็นความท้าทายของแบรนด์ในการขับเคลื่อนธุรกิจไปในทางบวก โดยแนวคิดอแด๊ปทีฟ (Adaptive) หรือความสามารถในการปรับตัวของแบรนด์ต่อยุคสมัย ต่อโอกาสทางการตลาดและต่อความท้าทายใหม่จะเป็นคำตอบในปีนี้ เพราะการเข้ามาของสื่อใหม่และเทคโนโลยีทางการตลาดใหม่ๆเช่น วีถีชีวิตบนสมารท์โฟนและการเปลี่ยนถ่ายสู่ยุคดิจิตอลทีวีจะนำไปสู่ยุคของการตลาดแบบมัลติสกรีน (MultiScreen) และถึงเวลาแล้วที่นักการตลาดจะพลิกมุมมองการใช้สื่อแบบ Paid มีเดีย ให้สามารถที่จะต่อยอด Owned มีเดีย ของแบรนด์ และการสร้าง Earned มีเดียต่อไป สุดท้ายการคิดแบบอแด๊ปทีฟจะมีความสำคัญในการปรับการเรียนรู้ เพื่อต่อยอดและปรับให้สอดรับกับความต้องการของเฉพาะบุคคล เพื่อรับมือกับความคาดหวังที่มากขึ้นของผู้บริโภคในปีนี้”

มายด์แชร์ยังได้ให้มุมมองต่อการตลาดสำหรับไตรมาสที่ 23 ดังต่อไปนี้

ภาพรวมอุลสาหกรรมโฆษณาในไตรมาสที่หนึ่ง โตประมาณ 1.8% (รวมเคเบิ้ลและแซทเทิ้ลไลท์) คาดว่าอุตสาหกรรมโฆษณาจะโตรวม 46% ในสิ้นปี พ.ศ. 2557

แพลตฟอร์มที่มีบทบาทเด่นชัดในปีนี้คือ มือถือสมารท์โฟน และทีวี (ฟรีทีวี เคเบิ้ล แซตเทิ้ลไลท์และดิจิตอลทีวี)

ดิจิตอลทีวีคาดว่าจะโตเป็น 10% จากสัดส่วนการรับชมทีวีทั้งหมดภายในสิ้นปี และจากการเปลี่ยนถ่ายสู่ระบบดิจิตอลทีวี และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคจะทำให้เข้าสู่ยุคของมัลติสกรีนที่ชัดเจนขึ้น การทำการตลาดและการวัดผลต้องคำนึงถึงสองมุมมองหลัก ในด้านความคุ้มค่าในการลงทุน (Cost effectiveness) และด้านคุณภาพของรายการ (Quality of Content) ในช่องหรือแพลต์ฟอร์มนั้นๆ เพราะผู้ชมในประเทศให้ความสำคัญกับเนื้อหารายการที่รับชมมากขึ้น โดยแบรนด์ควรที่จะวัดคุณภาพของรายการนอกเหนือจากเรื่องAwareness และรวมไปถึง Engagement ที่นำสู่ Owned และ Earned media จาก พฤติกรรมการรับชมทีวี และอารมณ์ของผู้รับชมเนื้อหารายการ

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคในปีนี้ คือ

การเข้าถึงดิจิตอลทีวี จะทำให้ผู้บริโภคได้เลือกเนื้อหาที่ตนเองสนใจตามเวลาที่ต้องการ ดังนั้นการผลิตเนื้อหารายการที่ดีในช่องทางเดิมและช่องทางใหม่ๆ จะส่งผลให้การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดีขึ้นโดยธรรมชาติ

ไลฟสไตล์ในการใช้สมารท์โฟน ทำให้ผู้บริโภคไม่มีความอดทนในการรอที่จะบริโภคเนื้อหาที่ต้องใช้เวลาในการเข้าถึงและต้องใช้เวลาในการสื่อสารนานๆ ดังนั้นความท้าทายของแบรนด์คือจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเข้าถึงเนื้อหาต่างๆของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็วที่สุด และสามารถที่จะดึงความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว

ความต้องการรับข้อมูลข่าวสารของผู้บริโภคที่มากขึ้นจะมาในรูปแบบของความต้องการเนื้อหาที่เป็นภาพ เป็นวีดีโอ สติ๊กเกอร์ หรือแม้แต่ อินโฟกราฟฟิก แบรนด์จึงต้องปรับกระบวนการสื่อสารที่ผสมผสานให้ลงตัวระหว่างข้อมูลเนื้อหาต่างๆและภาพ

ถึงแม้ผู้บริโภคจะมีความเป็นปัจเจก แต่ก็ยังมีความเป็นกลุ่มโดยเลือกที่จะแสดงความคิดเห็นผ่านสัญลักษณ์ต่างๆเช่น โลโก้ สี รูปโปรไฟล์ หากแบรนด์ไหนสามารถเข้าถึงความต้องการลึกๆของกลุ่มผู้บริโภคและสามารถสร้างสร้างสัญลักษณ์ของกลุ่มเพื่อผู้บริโภคจะได้เปรียบในการสื่อสาร

ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายในทุกทางถึงแม้จะชอบความสบายแต่ผู้บริโภครู้สึกว่าความสะดวกสบายนั้นเป็น นิสัยที่ไม่ดี และต้องปรับตัวให้ดีขึ้น ดังนั้นผู้บริโภคมองหาแบรนด์หรือสินค้าและบริการที่จะเป็นผู้ชี้นำหนทางให้ผู้บริโภคได้เป็นคนใหม่ที่ดีขึ้น ทั้งด้านการพัฒนาร่างกายและความคิด

การเกาะติดแนวโน้มเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และมีผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้น จะช่วยให้นักการตลาดหาแนวทางการสื่อสารกับผู้บริโภคได้แม่นยำขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท