
‘ได้-เสีย’อัยการศึก
กระทบช่วงสั้นแนะทยอยซื้อรอรัฐบาลใหม่อมตะฯชี้แจงนักลงทุนเรียกความมั่นใจ
กระทบช่วงสั้นแนะทยอยซื้อรอรัฐบาลใหม่อมตะฯชี้แจงนักลงทุนเรียกความมั่นใจ
มีหวังรัฐบาลใหม่จากกฎอัยการศึก แนะซื้อแบงก์ รับเหมา อสังหาฯ เลี่ยงท่องเที่ยว การบิน นิคมฯ
ตลาดหุ้นไม่ตกใจมากนักต่อการประกาศใช้กฎอัยการศึก แม้ว่าระหว่างวันร่วงลงไปถึง 23 จุด แต่สุดท้ายดัชนีปิดที่ 1,394.69 จุด ลดลงเพียง 15.94 จุด หรือ 1.13% เท่านั้น นักวิเคราะห์ทั้งไทยและต่างประเทศมองตรงกันว่าเป็นปัจจัยบวก และนำไปสู่การมีรัฐบาลใหม่
อย่างไรก็ตาม หุ้นบางตัวกลับทรุดหนักกว่าตลาดโดยรวม เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ลดลง 7 บาท หรือ 3.59% ปิดที่ 188 บาท และดัชนีหมวดโรงแรมและสันทนาการ ปิดที่ 494.55 จุด ลดลง 6.35 จุด
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึกจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น แต่ก็สร้างความหวังว่าไทยจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศใน 12 เดือนนี้ จึงแนะนำให้ซื้อหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ อสังหาริมทรัพย์ และรับเหมาก่อสร้าง
ขณะเดียวกันให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทั้งโรงแรมและการเดินทาง เพราะนักท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมถึงนักธุรกิจจะไม่เข้ามาในประเทศที่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึก
“นักลงทุนต่างชาติมีเงินสดในมือพร้อมที่จะเข้ามาซื้อหุ้นไทย ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ปัญหาใกล้จะถึงจุดจบแล้ว” นายปริญญ์ กล่าว
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน บล.เอเซีย พลัส กลับมองว่าผลจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกจะทำให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นซบเซาลงอีกครั้ง และแนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มขนส่งทางอากาศ และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โดยให้ลงทุนหุ้นอิงเศรษฐกิจโลก
“แรงขายมาจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มขนาดใหญ่และกลาง แต่แรงขายออกรอบนี้อาจไม่ได้รุนแรงนัก เนื่องจากยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. ถึงปัจจุบัน เหลือเพียง 2.8 หมื่นล้านบาท ในขณะที่มูลค่าพอร์ตลงทุนเมื่อคิดตามราคาตลาดตั้งแต่ปี 2552 ถึงปัจจุบัน มีเพียง 7.5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ซึ่งไม่ได้มากมายหากเทียบกับยอดสูงสุดที่เคยทำไว้ 3.2 แสนล้านบาท เมื่อเดือน เม.ย. 2556
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) กล่าวว่า มีนักลงทุนโทรเข้ามาสอบถามเรื่องการประกาศใช้กฎอัยการศึกเป็นระยะๆ ซึ่งก็ได้อธิบายนักลงทุนไปว่าเป็นไทยสไตล์ และคาดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรรุนแรง
“กฎอัยการศึกน่าจะเป็นการดำเนินการเพื่อให้ประเทศกลับเข้าสู่ระบบและระเบียบ เพื่อที่จะให้ประเทศเดินหน้าต่อไป เพราะถ้าหากยังคงปล่อยให้สถานการณ์ยืดเยื้อต่อเนื่อง เชื่อว่าสุดท้ายก็จะทำให้เกิดหายนะกับประเทศ เพราะเริ่มเห็นการลงทุนที่หดตัว เศรษฐกิจก็โตติดลบแล้ว” นายวิบูลย์ กล่าว
สำหรับผลกระทบของนักลงทุนโดยตรงนั้น นายวิบูลย์ กล่าวว่า อาจจะทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและชะลอการตัดสินใจลงทุนออกไปอีก ซึ่งบริษัทยอมรับว่ายังมีลูกค้าที่ลังเลและรอความชัดเจนจำนวนมาก ซึ่งถ้าหากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ทุกอย่างก็จะเดินหน้าได้ทันที
ขณะนี้ต้องติดตามและเกาะติดสถานการณ์ต่อเนื่อง จึงยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะมีการปรับเป้าหมายการขายที่ดินหรือไม่ แต่ยังดีที่บริษัทขายที่ดินไปแล้วและรอรับรู้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้มีในมือมากกว่า 1,000 ล้านบาท และต้องใช้นโยบายประหยัดทุกด้าน รวมถึงชี้แจงเรื่องต่างๆ กับลูกค้าในนิคมฯ ทุกๆ 15 วัน เพื่อที่จะให้ความจริงทั้งหมด รวมถึงบางครั้งก็ขอความคิดเห็นจากลูกค้าด้วย
นายเสกสิทธิ์ เจริญเศรษฐศิลป์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร (NNCL) กล่าวว่า ยังไม่เห็นความชัดเจนว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งผลจากความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ทำให้นักลงทุนไม่เชื่อมั่นการลงทุนในประเทศไทย นักลงทุนหน้าใหม่ไม่เข้ามาลงทุน ส่วนนักลงทุนที่ลงทุนอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการลงทุนต่อ แต่หากมีโอกาสการลงทุนที่ดีก็พร้อมที่จะไป







