
ธุรกิจแลกเงินคึกธปท.ให้ไฟเขียวเปิดใหม่กว่า100
ธปท.อนุมัติผู้ประกอบกิจการแลกเงินต่างประเทศอีกกว่า 100 ราย พร้อมเตรียมผ่อนผันหลักเกณฑ์เพิ่ม
ธปท.อนุมัติผู้ประกอบกิจการแลกเงินต่างประเทศอีกกว่า 100 ราย พร้อมเตรียมผ่อนผันหลักเกณฑ์เพิ่ม
แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 ที่ผ่านมา ธปท.ได้อนุมัติออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการแลกเปลี่ยนเงินตราประเภทบุคคลเพิ่มเติมถึง 100 กว่าราย ทำให้ปัจจุบันมีผู้ประกอบการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในระบบแล้วราว 1,300 ราย
ขณะเดียวกันยังมีผู้ประกอบการรออนุมัติเพิ่มอีกจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เพราะ ธปท.เปิดให้ขออนุญาตได้ทุก 3 เดือน จากเดิมเปิดให้ปีละ 2 ครั้ง และ ธปท.ยังอยู่ระหว่างพิจารณาผ่อนผันหลักเกณฑ์เพิ่มตามที่ผู้ประกอบการเสนอเข้ามา 3 เรื่องหลัก คือ 1.วงเงินที่อนุญาตให้รับแลกต่อรายต่อคนต่อวัน จากปัจจุบัน 5,000 เหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ ซึ่ง ธปท.เห็นชอบในหลักการแล้วและอยู่ระหว่างเสนอกระทรวงการคลังเห็นชอบ
2.การเปิดให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศระหว่างกันได้ ซึ่งในส่วนนี้ ธปท.ไม่เห็นด้วยในหลักการ เพราะห่วงการเก็งกำไรและห่วงปัญหาการฟอกเงิน แต่ก็นำเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาเช่นกัน และ 3.การมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อให้สามารถเปิดบริการแลกเปลี่ยนและมีสาขาได้ แต่ทั้งนี้หากเกิดปัญหาจะปิดทั้งหมดทุกสาขา ทำให้เกิดปัญหาหลายบริษัทแยกจดทะเบียนและแยกทุนในแต่ละสาขา
ด้าน น.ส.ชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กล่าวว่า การประกาศกฎอัยการศึกกระทบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศไม่มากนัก แม้ว่าค่าเงินบาทจะมีการสวิงหรือเคลื่อนไหวผันผวนไปบ้าง โดยขึ้นลงประมาณ 10 สตางค์ ถือว่ากระทบธุรกิจไม่รุนแรง ซึ่งการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่ผันผวนในช่วงแรกเข้าใจว่าเป็นผลจากความตกใจของนักลงทุนเท่านั้น
ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอมานานจนคนไม่มีอารมณ์จะใช้จ่าย บวกกับมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยน้อย น่าจะเป็นปัจจัยฉุดปริมาณการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้ลดลงมากกว่า
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะต่อไปจะดีขึ้นตามปัจจัยบวก 3 ประการ คือ 1.การเติบโตจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 2.ตลาดท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน มาเลเซีย รัสเซีย และญี่ปุ่น และ 3.การเติบโตของการค้าชายแดนหลังระบบขนส่งคมนาคมเชื่อมโยงภูมิภาคดีขึ้น และมีจุดผ่านแดนกับเพื่อนบ้านถึง 89 จุด
“ธุรกิจแลกเงินจะขยายตัวตามการบริโภค การลงทุน และการค้าที่เพิ่มขึ้น จึงมีแนวโน้มว่าปริมาณธุรกรรมในระยะต่อไปจะสูงขึ้น จากปี 2556 ที่มีปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ 6,599 ล้านบาท ปีนี้สมาคมคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเพราะมีผู้ประกอบการธุรกิจแลกเงินเพิ่มขึ้นด้วย” นางชนาพร กล่าว







