posttoday

เว็บไทยช้อปลุยเพื่อนบ้านส่งแฟชั่นหรูจับไฮเอนด์

20 พฤษภาคม 2557

“อินเทอร์เน็ต คอนซูมเมอร์ มีพฤติกรรมค่อนข้างเหมือนกัน เราจะใช้ประโยชน์ข้อนี้ลุยตลาดเพื่อนบ้าน”

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“อินเทอร์เน็ต คอนซูมเมอร์ มีพฤติกรรมค่อนข้างเหมือนกัน เราจะใช้ประโยชน์ข้อนี้ลุยตลาดเพื่อนบ้าน”

นี่คือแนวคิดของ สมเกียรติ ไชยศุภรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยช้อป อีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้เขามั่นใจว่า www.THAIshope.com จะรุกตลาดสิงคโปร์และมาเลเซียในช่วงสิ้นปีนี้ได้

ที่ผ่านมาสมเกียรติประเมินว่า ไทยแข่งขันขายสินค้าออนไลน์กับเพื่อนบ้านได้ยาก เพราะ 1.ประเทศที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ไม่น้อยกว่าไทย อย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็มีผู้สั่งสินค้าจากต่างประเทศมาขายผ่านช่องทางออนไลน์อยู่แล้ว อีกทั้งต้นทุนยังถูกกว่าไทย และ 2.ตลาดที่มีกำลังซื้ออื่นๆ เช่น พม่า ยังไม่นิยมสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต แต่มาถึงวันนี้เขาเชื่อว่าตลาดออนไลน์ในอาเซียนยังมีช่องว่างสำหรับ “สินค้าไทย” โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องมี “การออกแบบ”

“ตอนนี้เราขายสินค้า 6 ประเภทเจาะตลาดคนไทย คือ 1.สินค้าหรู 2.สินค้าแฟชั่น 3.เครื่องกีฬา 4.เครื่องสำอาง 5.เครื่องใช้ไฟฟ้า และ 6.สินค้าสำหรับแม่และเด็ก เวลาเราไปอาเซียนเราจะเอาไปเฉพาะ 2 ประเภทแรก และเอาไปเฉพาะที่เป็นแบรนด์ไทยเท่านั้น”

เขาย้ำว่า แม้ทั้ง 6 ประเภทนี้จะเป็นสินค้าที่สำรวจมาแล้วว่าผู้คนยินดีซื้อทั้งช่องทาง “ออนไลน์” และ “ออฟไลน์” แต่เครื่องกีฬาและเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นผู้ประกอบการไทยไม่น่าจะแข่งขันกับต่างชาติไหว

ตรงกันข้ามกับสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทย คนอาเซียนนิยมซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะคนไทยมีฝีมือการออกแบบโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน แต่ปัจจุบันสินค้าแบรนด์ไทยยังไม่มีช่องทางจัดจำหน่ายในต่างประเทศมากนัก การนำสินค้าเหล่านี้ไปขายผ่านช่องทางออนไลน์จึงน่าจะตอบโจทย์ลูกค้า ไม่ต้องนั่งเครื่องบินมาซื้อเองถึงไทย

สำหรับการเจาะตลาดเพื่อนบ้าน สมเกียรติจะใช้ชื่อ THAIshope รุกตลาดโดยตรง เพื่อตอกย้ำภาพการขายสินค้าแบรนด์ไทย เว็บไซต์จะดักจับ IP Address หากเป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้านคลิกเข้ามา เว็บจะเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ปรับสกุลเงิน และโปรโมชั่นให้เหมาะกับลูกค้า

ทั้งนี้ เขาจะยึดหลัก 4 ข้อของธุรกิจeCommerce มาปรับใช้ด้วย ได้แก่ 1.การสร้างความเชื่อมั่น (Trust) เริ่มต้นจากการทำตลาดในประเทศให้แข็งแกร่งภายในสิ้นปี 2557 เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก ปลายปี 2557 จึงเริ่มทำการตลาดในสิงคโปร์และมาเลเซีย 2.คุณภาพ (Quality) สินค้าที่มีคุณภาพจะเป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคบอกต่อกันแบบปากต่อปาก ว่าเว็บนี้ไว้ใจได้และสินค้ามีคุณภาพดีจริงๆ

3.ช่องทางการจ่ายเงิน (Payment) ข้อสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือต้องมีช่องทางจ่ายเงินที่สะดวก ปัจจุบันเขามีพันธมิตรธนาคารในสิงคโปร์แล้ว 4 ราย ประกอบด้วย ธนาคารยูโอบี ธนาคารซีไอเอ็มบี ธนาคารดีบีเอส และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เมื่อมีพันธมิตรธนาคารแล้วก็จะช่วยให้ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าได้ง่าย 4.คำมั่นสัญญา (Promise) สิ่งที่ผู้บริโภคออนไลน์ต้องการ คือ การรับประกัน เนื่องจากไม่เคยเห็นสินค้าด้วยตัวเอง เว็บของเขาจะให้คำสัญญา 4 ข้อ คือ สินค้าเป็นของแท้ 100% คืนได้ภายใน 14 วัน การจ่ายเงินยืดหยุ่นได้ถึง 10 เดือน และไม่คิดค่าจัดส่ง

สมเกียรติ บอกอีกว่า การทำการตลาดในสิงคโปร์และมาเลเซียมีเรื่องยุ่งยากอยู่บ้าง เช่น ต้นทุนทำการตลาดผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Marketing Cost) ของสิงคโปร์สูงกว่าในไทยเฉลี่ย 5 เท่า โฆษณาแบบแบนเนอร์มีราคาแพง โฆษณาในเฟซบุ๊กก็สูงกว่าไทยถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่ายังต้องลงทุนโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์บ้าง ควบคู่กับการทำโปรโมชั่นร่วมกับธนาคารพันธมิตร และการจัดอีเวนต์เพื่อให้คนพื้นที่รู้จักและสมัครเป็นสมาชิก

เขาตั้งเป้าว่าปลายปี 2558 เว็บของเขาจะมีสมาชิกชาวไทย 1 แสนคน มีสมาชิกที่มีความเคลื่อนไหวและซื้อสินค้าจริงๆ 5,000 คน มีสมาชิกชาวสิงคโปร์และมาเลเซียประเทศละ 5 หมื่นคน และผู้ที่มีความเคลื่อนไหวและซื้อสินค้าจริงๆ ประเทศละ 2,500 คน

“เราคาดว่า 1 คนจะมีการบริโภคไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อปี เท่ากับปีหน้าเราก็จะมีรายได้จากไทย 50 ล้านบาท สิงคโปร์ 25 ล้านบาท และมาเลเซียอีก 25 ล้านบาท เราคิดว่านี่ก็เป็นยอดที่น่าพอใจแล้ว”

ทั้งนี้ สมเกียรติยังอยู่ระหว่างการดูลู่ทางในเวียดนามและสิงคโปร์เพิ่มเติมด้วย หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายจะเริ่มทำการตลาดในปลายปี 2558 ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด พลังกาญจน์ เอฟซี พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ฟุตบอลไทยลีก วันนี้ 4 เม.ย.69