เว็บไทยช้อปลุยเพื่อนบ้านส่งแฟชั่นหรูจับไฮเอนด์
“อินเทอร์เน็ต คอนซูมเมอร์ มีพฤติกรรมค่อนข้างเหมือนกัน เราจะใช้ประโยชน์ข้อนี้ลุยตลาดเพื่อนบ้าน”
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
“อินเทอร์เน็ต คอนซูมเมอร์ มีพฤติกรรมค่อนข้างเหมือนกัน เราจะใช้ประโยชน์ข้อนี้ลุยตลาดเพื่อนบ้าน”
นี่คือแนวคิดของ สมเกียรติ ไชยศุภรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยช้อป อีคอมเมิร์ซ ที่ทำให้เขามั่นใจว่า www.THAIshope.com จะรุกตลาดสิงคโปร์และมาเลเซียในช่วงสิ้นปีนี้ได้
ที่ผ่านมาสมเกียรติประเมินว่า ไทยแข่งขันขายสินค้าออนไลน์กับเพื่อนบ้านได้ยาก เพราะ 1.ประเทศที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ไม่น้อยกว่าไทย อย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย ก็มีผู้สั่งสินค้าจากต่างประเทศมาขายผ่านช่องทางออนไลน์อยู่แล้ว อีกทั้งต้นทุนยังถูกกว่าไทย และ 2.ตลาดที่มีกำลังซื้ออื่นๆ เช่น พม่า ยังไม่นิยมสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต แต่มาถึงวันนี้เขาเชื่อว่าตลาดออนไลน์ในอาเซียนยังมีช่องว่างสำหรับ “สินค้าไทย” โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องมี “การออกแบบ”
“ตอนนี้เราขายสินค้า 6 ประเภทเจาะตลาดคนไทย คือ 1.สินค้าหรู 2.สินค้าแฟชั่น 3.เครื่องกีฬา 4.เครื่องสำอาง 5.เครื่องใช้ไฟฟ้า และ 6.สินค้าสำหรับแม่และเด็ก เวลาเราไปอาเซียนเราจะเอาไปเฉพาะ 2 ประเภทแรก และเอาไปเฉพาะที่เป็นแบรนด์ไทยเท่านั้น”
เขาย้ำว่า แม้ทั้ง 6 ประเภทนี้จะเป็นสินค้าที่สำรวจมาแล้วว่าผู้คนยินดีซื้อทั้งช่องทาง “ออนไลน์” และ “ออฟไลน์” แต่เครื่องกีฬาและเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นผู้ประกอบการไทยไม่น่าจะแข่งขันกับต่างชาติไหว
ตรงกันข้ามกับสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทย คนอาเซียนนิยมซื้อสินค้าแฟชั่นแบรนด์ไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะคนไทยมีฝีมือการออกแบบโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน แต่ปัจจุบันสินค้าแบรนด์ไทยยังไม่มีช่องทางจัดจำหน่ายในต่างประเทศมากนัก การนำสินค้าเหล่านี้ไปขายผ่านช่องทางออนไลน์จึงน่าจะตอบโจทย์ลูกค้า ไม่ต้องนั่งเครื่องบินมาซื้อเองถึงไทย
สำหรับการเจาะตลาดเพื่อนบ้าน สมเกียรติจะใช้ชื่อ THAIshope รุกตลาดโดยตรง เพื่อตอกย้ำภาพการขายสินค้าแบรนด์ไทย เว็บไซต์จะดักจับ IP Address หากเป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้านคลิกเข้ามา เว็บจะเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ปรับสกุลเงิน และโปรโมชั่นให้เหมาะกับลูกค้า
ทั้งนี้ เขาจะยึดหลัก 4 ข้อของธุรกิจeCommerce มาปรับใช้ด้วย ได้แก่ 1.การสร้างความเชื่อมั่น (Trust) เริ่มต้นจากการทำตลาดในประเทศให้แข็งแกร่งภายในสิ้นปี 2557 เมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก ปลายปี 2557 จึงเริ่มทำการตลาดในสิงคโปร์และมาเลเซีย 2.คุณภาพ (Quality) สินค้าที่มีคุณภาพจะเป็นตัวช่วยให้ผู้บริโภคบอกต่อกันแบบปากต่อปาก ว่าเว็บนี้ไว้ใจได้และสินค้ามีคุณภาพดีจริงๆ
3.ช่องทางการจ่ายเงิน (Payment) ข้อสำคัญของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ คือต้องมีช่องทางจ่ายเงินที่สะดวก ปัจจุบันเขามีพันธมิตรธนาคารในสิงคโปร์แล้ว 4 ราย ประกอบด้วย ธนาคารยูโอบี ธนาคารซีไอเอ็มบี ธนาคารดีบีเอส และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เมื่อมีพันธมิตรธนาคารแล้วก็จะช่วยให้ผู้บริโภคสั่งซื้อสินค้าได้ง่าย 4.คำมั่นสัญญา (Promise) สิ่งที่ผู้บริโภคออนไลน์ต้องการ คือ การรับประกัน เนื่องจากไม่เคยเห็นสินค้าด้วยตัวเอง เว็บของเขาจะให้คำสัญญา 4 ข้อ คือ สินค้าเป็นของแท้ 100% คืนได้ภายใน 14 วัน การจ่ายเงินยืดหยุ่นได้ถึง 10 เดือน และไม่คิดค่าจัดส่ง
สมเกียรติ บอกอีกว่า การทำการตลาดในสิงคโปร์และมาเลเซียมีเรื่องยุ่งยากอยู่บ้าง เช่น ต้นทุนทำการตลาดผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Marketing Cost) ของสิงคโปร์สูงกว่าในไทยเฉลี่ย 5 เท่า โฆษณาแบบแบนเนอร์มีราคาแพง โฆษณาในเฟซบุ๊กก็สูงกว่าไทยถึง 10 เท่า อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่ายังต้องลงทุนโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์บ้าง ควบคู่กับการทำโปรโมชั่นร่วมกับธนาคารพันธมิตร และการจัดอีเวนต์เพื่อให้คนพื้นที่รู้จักและสมัครเป็นสมาชิก
เขาตั้งเป้าว่าปลายปี 2558 เว็บของเขาจะมีสมาชิกชาวไทย 1 แสนคน มีสมาชิกที่มีความเคลื่อนไหวและซื้อสินค้าจริงๆ 5,000 คน มีสมาชิกชาวสิงคโปร์และมาเลเซียประเทศละ 5 หมื่นคน และผู้ที่มีความเคลื่อนไหวและซื้อสินค้าจริงๆ ประเทศละ 2,500 คน
“เราคาดว่า 1 คนจะมีการบริโภคไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทต่อปี เท่ากับปีหน้าเราก็จะมีรายได้จากไทย 50 ล้านบาท สิงคโปร์ 25 ล้านบาท และมาเลเซียอีก 25 ล้านบาท เราคิดว่านี่ก็เป็นยอดที่น่าพอใจแล้ว”
ทั้งนี้ สมเกียรติยังอยู่ระหว่างการดูลู่ทางในเวียดนามและสิงคโปร์เพิ่มเติมด้วย หากทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายจะเริ่มทำการตลาดในปลายปี 2558 ต่อไป


