
ปตท.บุกหนักนันออยด์วางเป้า 5 ปี รายได้โต 100%
แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกจะมีการแข่งขันสูง แต่ผู้ประกอบการก็ยังเดินหน้าลงทุนกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมือง เพราะประเมินแล้วพบว่าภาพรวมในอนาคตนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่อย่าง ปตท. ที่วางแผนขยายธุรกิจค้าปลีกอย่างจริงจัง
แม้ว่าธุรกิจค้าปลีกจะมีการแข่งขันสูง แต่ผู้ประกอบการก็ยังเดินหน้าลงทุนกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมือง เพราะประเมินแล้วพบว่าภาพรวมในอนาคตนั้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่อย่าง ปตท. ที่วางแผนขยายธุรกิจค้าปลีกอย่างจริงจัง
จักรกฤช จารุจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก ในกลุ่มบริษัท ปตท. ผู้บริหารร้านค้าปลีก กล่าวว่า นโยบายของบริษัทจากนี้จะให้ความสำคัญกับธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน หรือนันออยล์ มากขึ้น เพื่อผลักดันรายได้ให้เติบโต 100% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
จากปีที่ผ่านมารายได้ของธุรกิจน้ำมันหรือออยล์อยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท แต่สร้างกำไรขั้นต้นค่อนข้างน้อย ขณะที่ธุรกิจนันออยล์ หรือค้าปลีกนั้นอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท สร้างกำไรขั้นต้นได้ 40-60%
สำหรับธุรกิจนันออยล์ของบริษัท ประกอบด้วย ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์จิฟฟี่ และร้านกาแฟแบรนด์อะเมซอน สร้างผลกำไรได้ดี โดยปัจจุบันสามารถสร้างผลกำไรได้มากกว่าธุรกิจน้ำมัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มเป็น 60-70% ทำให้บริษัทเล็งเห็นศักยภาพที่จะขยายธุรกิจและสร้างแบรนด์ของตัวเองที่ช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการขยายสาขาได้ดีกว่า
ทั้งนี้ นอกจากการขยายธุรกิจนันออยล์ในสถานีบริการน้ำมันแล้ว บริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจค้าปลีก ภายใต้แบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยจะตั้งอยู่นอกสถานีบริการน้ำมัน ปตท. คาดว่าอย่างเร็วจะเริ่มได้ในไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยจะเริ่มที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อนประมาณ 20 สาขา ช่วงปีแรกในพื้นที่ขนาด 100-1,000 ตร.ม. เบื้องต้นใช้งบลงทุนตั้งแต่ 10-50 ล้านบาทต่อแห่ง
สำหรับที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจไว้แล้ว ทั้งในด้านการผลิตและคลังสินค้า ซึ่งปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองจะไม่เอื้อต่อการลงทุนก็ตาม แต่บริษัทยังลงทุนต่อเนื่องแต่ระมัดระวังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากำลังซื้อผู้บริโภคในภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกลดลงไปถึง 18-20% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา แต่ยอดการใช้จ่ายของร้านค้าปลีกบริษัทไม่ได้ลดลงแต่ทรงตัว เนื่องจากฐานลูกค้าประจำยังใช้จ่ายอยู่ พร้อมกันนี้ในเดือน มิ.ย.นี้ บริษัทอาจจะต้องพิจารณาปรับเป้าหมายการเติบโตที่วางไว้ 10%
ล่าสุดได้ร่วมมือกับ บริษัท เค.อี.แลนด์ ในการเปิดโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ เดอะ คริสตัล พีทีที (ชัยพฤกษ์) ในสถานีบริการน้ำมันสีเขียวบนถนนชัยพฤกษ์ ด้วยงบลงทุน 800 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “The Greenergy Station” โดยมีการนำ Solar System ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ในโครงการกับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่มีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บริเวณบนหลังคาจ่ายน้ำมัน รวมถึงหน้าร้านจิฟฟี่สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าไว้ใช้เองภายในโครงการเพื่อลดภาระการใช้ไฟฟ้าและเป็นการใช้พลังงานทดแทน
ขณะเดียวกัน สถานีบริการแห่งนี้ยังมีสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle StationEV) เตรียมพร้อมในการให้บริการชาร์จพลังงานให้กับรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานขับเคลื่อนเพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการวิจัยประเมินผล และสาธิตการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท ปตท. อีกด้วย โดยภายในโครงการยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์ “Jiffy Plus Supermarket” เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตเต็มรูปแบบแห่งแรกของ PTTRM มีคอนเซปต์ “Daily freshness, Finely selected” สดใหม่ทุกวัน
นอกจากบริษัทมีแผนจะพัฒนาธุรกิจศูนย์บริการยานยนต์ PTT FIT Auto ในรูปแบบวันสต็อปเซอร์วิสที่ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่น บริการเปลี่ยนยาง บริการซ่อมบำรุงแบบเบาตามระยะทาง หรือเรียกว่า Light Maintenance เพื่อให้มีเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมผู้ใช้รถยนต์ทั่วประเทศกว่า 100 สาขา ภายใน 5 ปี โดยจะเน้นพื้นที่เขตชุมชนที่มีผู้ใช้รถยนต์รองรับทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และยังมีแผนการขยายธุรกิจไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนาคตอีกด้วย
นี่คือการปรับตัวของกลุ่ม ปตท. ที่หันมารุกธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาวมากขึ้น เพราะธุรกิจขายน้ำมันเครื่องและปั๊มน้ำมันเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่สดใสอีกต่อไปแล้ว







