
โอกาสรายย่อยในอาเซียนเจาะตลาดลูกค้า 600ล.คน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
งานเสวนาของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับหอการค้าไทย ที่จัดขึ้นใน จ.นครราชสีมา เพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการไทยร่วมโครงการสู่ตลาดในอาเซียนจำนวน 150 รายทั่วประเทศ โดยมีการเสวนาเรื่อง “บ่มเพาะเอสเอ็มอีไทย ก้าวไกลสู่เออีซี” เพื่อชี้โอกาสให้แก่เอสเอ็มอีไทยไปลงทุนในอาเซียน
vแนะรุกเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ
สนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวชัดเจน ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าต่างๆ มียอดขายลดลงตามไปด้วยในหลายกลุ่ม ดังนั้นการปรับตัวของภาคธุรกิจให้อยู่รอดได้คือ การมุ่งขยายตลาดไปในอาเซียน (เออีซี) โดยเฉพาะประเทศติดกับชายแดนของประเทศไทยทั้ง ลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม ที่เศรษฐกิจใน 4 ประเทศดังกล่าวขยายตัวได้ดีมาก
ทั้งนี้ การไปอาเซียน สิ่งสำคัญคือ ต้องเพิ่มมูลค่าให้สินค้าสูงสุด ใช้ข้อมูลไอทีเป็นเครื่องมือทำตลาดให้ได้ และต้องรู้จักภาษาประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เข้าถึงและเข้าใจลูกค้าอาเซียน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรุ่นใหม่ต้องรีบไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านไทย 4 ประเทศดังกล่าว ผู้บริโภคจะนิยมใช้สินค้าจากไทยสูงสุด ขณะที่ตลาดเวียดนามน่าสนใจลงทุนมาก จากจำนวนประชากรมากถึง 90 ล้านคน ที่นิยมสินค้าไทย และเศรษฐกิจขยายตัวดีเช่นกัน
vเกษตร อาหาร นุ่งห่ม โอกาสมหาศาล
อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อยากแนะนำกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าไปขยายตลาดในอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า เกษตรแปรรูป อาหาร อัญมณี และเครื่องนุ่งห่มต่างๆ ที่สินค้าไทยมีจุดแข็งด้านคุณภาพ และไทยได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่ประเทศอยู่ตรงกลางของอาเซียน ทำให้สามารถขนส่งสินค้าไปในตลาดอาเซียนได้สะดวก ขณะเดียวกันข้อมูลการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดอาเซียนมีสัดส่วน 25% ของการส่งออกทั้งหมด ดังนั้นในอนาคตอันใกล้และเมื่อมีการเปิดเออีซี เชื่อว่าการส่งออกสินค้าไทยในอาเซียนจะเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงอยากแนะนำให้เอสเอ็มอีสนใจเข้าไปรุกตลาดในประเทศจีน โดยเฉพาะจีนตอนใต้ ที่มีขนาดตลาดใหญ่มาก สามารถวางราคาขายสูงกว่าในประเทศไทยได้
vเอสเอ็มอีไทยทุกรายไปอาเซียนได้
ปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า การเข้าไปตลาดอาเซียนที่มีจำนวนประชากรมากกว่า 600 ล้านคนนั้น เอสเอ็มอีจะต้องศึกษาตลาดของผู้บริโภคในแต่ละประเทศอาเซียนอย่างใกล้ชิด มีพฤติกรรมอย่างไร ชื่นชอบสินค้าแบบใด เพราะแต่ละประเทศก็ชื่นชอบสินค้าที่แตกต่างกัน โดยอยากยกตัวอย่างสินค้าที่มีโอกาสไปทำตลาดในอาเซียนคือ ผัดหมี่โคราช สามารถขอเครื่องหมายการค้าฮาลาล เพื่อส่งออกไปในอาเซียนได้จำนวนมาก รวมถึงสินค้าผ้าไหมไทย หากพัฒนาให้มีความนิ่มมากขึ้นและทนทานขึ้น และสินค้าเครื่องปั้นดินเผาไทย ที่สวยงามและโดดเด่น เอกลักษณ์ดีไซน์ไม่ซ้ำใคร
สำหรับแนวทางรุกตลาดอาเซียนที่สำคัญมี 4 ด้าน คือ 1.มีสินค้าเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่ม แต่ละประเทศ 2.การตั้งราคาขายให้ตรงกับตลาด 3.การวางขายสินค้าให้ถูกที่ หรือมีช่องทางจำหน่ายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภค และ 4.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขาย
ทั้งนี้ สสว. หอการค้าไทย และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม พร้อมให้คำแนะนำกับเอสเอ็มอีเพื่อออกไปขยายตลาดในอาเซียน รวมทั้งมีแผนทำโครงการจับคู่ทางธุรกิจให้แก่เอสเอ็มอีไทยกับผู้ประกอบการในหอการค้าไทย เพื่อส่งเสริมการทำธุรกิจในต่างประเทศของเอสเอ็มอีไทยด้วย
พร้อมมั่นใจว่าเอสเอ็มอีไทยจำนวน 2.8 ล้านราย จะมีโอกาสไปตลาดอาเซียน จากแผนงานต่างๆ ที่ สสว. หน่วยงานรัฐและภาคเอกชนวางไว้ จะช่วยให้เอสเอ็มอีไทย สามารถผ่านทุกวิกฤตไปได้







