posttoday
10 ปี "แล็บฉาว" ขาดทุนพันล.-ปูนบำเหน็จ"คนมีมลทิน"

10 ปี "แล็บฉาว" ขาดทุนพันล.-ปูนบำเหน็จ"คนมีมลทิน"

19 พฤษภาคม 2557

ผ่านมา 10 ปีแล้ว กับอีกหนึ่งโครงการฉาวยุค “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ” ที่ในช่วงเริ่มต้นโครงการพบพฤติกรรมทุจริตจัดซื้อในการจัดจ้างมูลค่า 1,400 ล้านบาท และปัจจุบันโครงการนี้ได้ซุกหนี้สะสมเกือบ 1,000 ล้านบาท

ผ่านมา 10 ปีแล้ว กับอีกหนึ่งโครงการฉาวยุค “ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ” ที่ในช่วงเริ่มต้นโครงการพบพฤติกรรมทุจริตจัดซื้อในการจัดจ้างมูลค่า 1,400 ล้านบาท และปัจจุบันโครงการนี้ได้ซุกหนี้สะสมเกือบ 1,000 ล้านบาท

นั่นคือโครงการจัดตั้งบริษัท ห้องปฏิบัติการกลางตรวจสอบผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรและอาหาร (LCFA) หรือ “เซ็นทรัลแล็บ” ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 มิ.ย. 2546 เปิดให้บริการวันที่ 17 พ.ค. 2547 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหาร 6 แห่งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร และสงขลา

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2546 รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มีนโยบายอาหารปลอดภัย หรือ Food Safety ประกอบกับต้นปี 2556 กุ้งจากไทยถูกตรวจพบสารไนโตรฟูแลม และถูกตีกลับจากต่างประเทศ

เนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในสมัยนั้น จึงผลักดันโครงการห้องแล็บตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหาร หรือ “แล็บกลาง” เพื่อตรวจสอบสารตกค้างก่อนส่งออก

ต่อมา ครม.มีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัททุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท และเห็นชอบให้บริษัทกู้เงิน 1,600 ล้านบาท เพื่อลงทุนตัวอาคาร จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบสินค้าตามแผนที่เสนอ

แต่ปรากฏว่าในช่วงปีแรกของบริษัทสามารถเปิดประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างอาคาร ตลอดจนจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ภายใต้วงเงิน 1,400 ล้านบาท ได้เสร็จสิ้นภายในเดือน ก.ย. 2546 หรือเพียง 3 เดือน นับแต่ ครม.มีมติให้จัดตั้งบริษัท ท่ามกลางการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมส่อทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ล็อกสเปกทีโออาร์เพื่อเอื้อประโยชน์เอกชนบางราย

ในขณะที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งได้ติดตามโครงการเซ็นทรัลแล็บมาตลอด พบหลักฐานความไม่ชอบมาพากลในการจัดซื้อจัดจ้าง และเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ “กฎหมายฮั้ว” จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนมูลความผิด

มีการกล่าวหา เนวิน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง 53 คน และปัจจุบันหลายคนมีตำแหน่งสำคัญๆ เช่น ยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. อดีตผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)

แต่การไต่สวนคดีทุจริตเซ็นทรัลแล็บยังไม่ทันแล้วเสร็จ ได้เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร ก.ย. 2549 เสียก่อน คดีถูกโอนไปให้คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ตรวจสอบก่อนส่งเรื่องกลับมาให้ ป.ป.ช. จากนั้น ป.ป.ช.มอบหมายให้ เมธี ครองแก้ว เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนในคดีนี้

ต่อมาวันที่ 31 ก.ค. 2556 ป.ป.ช.มีมติตามหมายเลขแดงที่ : 204651 (10325/2556) ชี้มูลความผิดข้าราชการ 9 คนว่ามีความผิดวินัยร้ายแรง พ่วงด้วยความผิดทางอาญาตามกฎหมายฮั้ว มีเอกชน 10 รายถูกชี้มูลว่ามีความผิดตามกฎหมายฮั้ว และไม่มีชื่อเนวิน และข้าราชการระดับบิ๊กติดโผคดีทุจริตตามคาด

ทว่ากลับมีสิ่งที่ผิดปกติ คือ เมื่อพิจารณารายชื่อบอร์ดบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง ประจำปี 2556 มีชื่อ ฉวีวรรณ เลียววิจักขณ์ อดีตรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ยังดำรงตำแหน่งเป็นประธานบอร์ด และยังไม่มีการเปลี่ยนตัวประธานจนถึงบัดนี้ ขณะที่กลุ่มผู้ที่ถูกกล่าวหา เช่น ฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร สิทธิ บุณยรัตผลิน อดีตอธิบดีกรมประมง วิวัฒน์ วินิจฉัยกุล หรือชื่อใหม่ วัชร วินิจฉัยกุล อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) นั่งเป็นบอร์ดบริษัท

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาสถานะและผลการดำเนินงานของบริษัท สตง.รายงานว่า ผลดำเนินปี 2554 ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2554 บริษัทมีทรัพย์สิน 919 ล้านบาท หนี้สิน 1,570 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 651 ล้านบาท ผลการดำเนินปี 2554 ขาดทุน 267.88 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนต่อเนื่องจากปี 2553 ที่มีผลขาดทุน 77.03 ล้านบาท ทำให้ผลการขาดทุนสะสมอยู่ที่ 901.19 ล้านบาท

“บริษัทกำลังเร่งขยายศูนย์ไปยังสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้บริการเอกชนและหน่วยงานรัฐที่ต้องถ่ายโอนภารกิจการรับรองมาตรฐานพืช ปศุสัตว์และประมง มาให้กับบริษัท ซึ่งล่าสุดได้เตรียมความพร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์และเครื่องมือเพื่อให้เกิดเชื่อมั่นในมาตรฐานของห้องปฏิบัติการกลาง” เอกชาติ นาคาไชย กรรมการผู้จัดการบริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง ระบุ

ขณะที่ในช่วงเดือน พ.ค. 2556 ครม.มีมติอนุมัติปรับโครงสร้างหนี้ของบริษัท โดยขยายเวลาการชำระหนี้เงินยืมในส่วนของเงินต้นคงค้าง 1,369 ล้านบาท ออกไปอีก 15 ปี (2569) คิดดอกเบี้ยในอัตรา 3.78% ต่อปี เพื่อให้บริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินกิจการ

เรียกได้ว่าโครงการเซ็นทรัลแล็บที่เริ่มต้นก็มีปัญหาการทุจริตกันฉาวโฉ่ ผลการดำเนินการในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาขาดทุนบักโกรกแถมมีหนี้สินรุงรังเป็นพันล้านบาท อีกทั้งผลักดันอดีตข้าราชการที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเข้ามานั่งเป็นประธานบอร์ด ถามว่ายังนั่งดูดายกันได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท