posttoday
ความเชื่อมั่นประเทศไทยในมุมมองต่างชาติ

ความเชื่อมั่นประเทศไทยในมุมมองต่างชาติ

19 พฤษภาคม 2557

สัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ (ไอเอ็มดี) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับนานาชาติในการจัดระดับความสามารถในการแข่งขัน ได้ออกมาวิพากษ์การเมืองไทยว่ายืดเยื้อต่อเนื่องมากว่า 6 เดือน ทำให้บั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งการบริโภคและการลงทุน แนวโน้มหากการเมืองยังหาทางออกไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นไม่มีรัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการได้ในเร็ววันจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยมีความเป็นไปได้ที่อาจปรับลดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย จากปัจจุบันอยู่ในลำดับที่ 27 จาก 60 ประเทศ

สัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ (ไอเอ็มดี) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับนานาชาติในการจัดระดับความสามารถในการแข่งขัน ได้ออกมาวิพากษ์การเมืองไทยว่ายืดเยื้อต่อเนื่องมากว่า 6 เดือน ทำให้บั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งการบริโภคและการลงทุน แนวโน้มหากการเมืองยังหาทางออกไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นไม่มีรัฐบาลเข้ามาบริหารจัดการได้ในเร็ววันจะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยมีความเป็นไปได้ที่อาจปรับลดอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย จากปัจจุบันอยู่ในลำดับที่ 27 จาก 60 ประเทศ

สาเหตุสำคัญมาจากความไร้เสถียรภาพของการเมืองไทยซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปีจนถึงขั้นไม่สามารถเลือกตั้งและไม่สามารถมีรัฐบาล ทำให้บั่นทอนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ในมุมมองของ “ไอเอ็มดี” ซึ่งเป็นหน่วยงานต่างชาติที่เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ มองว่า ในสายตาของชาวต่างชาติยากที่จะเข้าใจการเมืองไทยที่มีความสลับซับซ้อน แม้แต่คนไทยเองก็ยังไม่เข้าใจ อีกทั้งสถานการณ์ทางการเมืองของไทยที่เป็นอยู่ขณะนี้ไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตว่าจะไปในทิศทางใด จะส่งผลต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งระดับประเทศและระดับภาคธุรกิจ ซึ่งจะมีผลเสี่ยงต่อประเทศไทยเองในอนาคต

นอกจากนี้ ในด้านความเชื่อมั่นจากการที่ไม่มีรัฐบาล รวมทั้งความขัดแย้งทางการเมืองซึ่งเพิ่มความรุนแรงและมีความซับซ้อนในการแก้ปัญหา หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่จัดลำดับความน่าเชื่อถือของประเทศ เช่น บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ และบริษัท มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ออกมาวิพากษ์ความขัดแย้งการเมืองของไทยซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลลบต่อความน่าเชื่อถือ โดยเห็นว่าในช่วงที่ยังขาดความชัดเจนในการเลือกตั้งรอบใหม่ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ในมุมมองขององค์กรระดับโลก เช่น บริษัท มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ยังเห็นว่า ถึงแม้นประเทศไทยจะมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แต่โครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศมีความแข็งแรง จะยังคงไม่นำปัจจัยปัญหาความขัดแย้งมาปรับลดระดับความน่าเชื่อถือ โดยยังคงอัตราความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลของประเทศไทยอยู่ที่ระดับค่อนข้างดี (Baa1) ถือเป็นข้อมูลทางบวกของประเทศไทย ภายใต้ข้อมูลที่มีแต่ทางลบ ซึ่งต่างชาติยังคงให้ความเชื่อมั่นและเชื่อถือ เพราะหากมีการปรับลดความน่าเชื่อถือของประเทศจะส่งผลกระทบความสามารถและต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินจากต่างชาติ เพราะประเทศไทยยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินในรูปของพันธบัตรจากต่างประเทศเพื่อนำเงินมาใช้ในโครงการลงทุนต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ต่างชาติค่อนข้างมีความวิตกเกี่ยวกับสภาวะวิกฤตการเมืองไทย คงไม่สามารถที่จะยุติได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว และมองว่าการเมืองไทยจะยิ่งมีความตึงเครียดและเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ อีกทั้งรัฐบาลรักษาการมีอำนาจค่อนข้างจำกัดอาจจะทำอะไรไม่ได้มากนักในการแก้ปัญหาทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ

สถานการณ์ความผันผวนทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต จะบั่นทอนจุดแข็งและความสามารถในการแข่งขัน และจะส่งผลต่อความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว จำเป็นที่จะต้องมีการผลักดันมาตรการและการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจของไทยชะลอตัวอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั้งของประเทศไทยเอง และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค

จากที่กล่าวมานี้เป็นมุมมองขององค์กรระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งมองสะท้อนการเมืองไทยได้แบบทะลุปรุโปร่ง และยังแถมท้ายเป็นการขู่นิดๆ ว่าหากสถานการณ์การเมืองไทยยังเป็นอยู่ในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นข้อจำกัดหลักในการอาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย

ดังนั้นหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่จะพอมีพลังในการแก้ไขวิกฤตซึ่งเกิดจากผลประโยชน์ทางการเมืองไปสนับสนุนให้เกิดความขัดแย้งทางความเชื่อของประชาชนจนเกิดการแบ่งขั้วอย่างชัดเจน ต้องช่วยกันหาทางออกกันให้เจอนะครับ!!! n

(ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเว็บไซต์ www.facebook.com/tanit sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท