
เกษตรหมดท่าดันราคาข้าว
กล่อมชาวนาเลิกรับจ้างหันมาลดต้นทุนกำชับหน่วยงานประสานผู้ว่าฯคุมการผลิต
กล่อมชาวนาเลิกรับจ้างหันมาลดต้นทุนกำชับหน่วยงานประสานผู้ว่าฯคุมการผลิต
เกษตรฯ หมดทางกู้ราคาข้าวให้ชาวนายอมรับชะตากรรมสูงสุดคืนสู่สามัญ เลิกรับจ้างทำนาหันมาลดต้นทุน
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาในฤดูกาลผลิตนาปี 2557 คงจะต้องกลับคืนสู่รูปแบบเดิมคือ การส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมให้ชาวนากลับไปเป็นชาวนาที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเกษตรกรชาวนาที่รับจ้างทำนา จนเป็นผลให้ต้นทุนการทำนาพุ่งขึ้นสูงถึง 5,000-7,000 บาทต่อไร่ สูงกว่าราคาที่คาดว่าเกษตรกรจะขายได้ ณ ไร่นาของตัวเอง
ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ชาวนาจะขายข้าวได้ประมาณ 5,000-6,000 บาทต่อตัน เนื่องจากปริมาณข้าวนาปรังที่มีมากถึง 10 ล้านตัน โดยมีผลผลิตออกมาในเดือน เม.ย. เป็นต้นมาประมาณ 56 ล้านตัน จนส่งผลให้ราคาข้าวตกต่ำ
“ได้ให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานบริหารข้าวเพื่อความยั่งยืนในระดับจังหวัด เพื่อช่วยประสานกับเอกชนในการรับซื้อข้าวจากเกษตรกร และประสานกับโรงสีและร้านค้าในพื้นที่ เพื่อช่วยซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาเป็นธรรม” นายยุคล กล่าว
นายยุคล กล่าวว่า ในหลักการได้เร่งให้กรมส่งเสริมการเกษตรหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการประชาสัมพันธ์และวางแผนในการบริหารการปลูกข้าวในแต่ละจังหวัดตามแผนการโซนนิ่ง เพื่อให้แต่ละจังหวัดปลูกข้าวให้ตอบสนองตลาดในพื้นที่ เพื่อลดปริมาณข้าวส่วนเกินที่จะออกมาเพิ่มผลผลิตในตลาด ซึ่งในหลายจังหวัดเริ่มมีการปรับปรุงแล้ว เช่น เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ จ.สงขลา ที่จะหันมาฟื้นการปลูกข้าวที่คนในท้องถิ่นนิยมบริโภคแทนการปลูกข้าวขาว จนทำให้ต้องไปซื้อข้าวจากพื้นที่อื่นมาบริโภค
นายอนันต์ ลิลาจันทร์ เลขาธิการ สศก. คาดว่า ข้าวนาปรังในปีนี้น่าจะให้ผลผลิต 10.2 ล้านตัน โดยผลผลิตจะออกมาช่วงเดือน เม.ย.พ.ค. ทำให้กระทบต่อราคาที่เกษตรกรจะได้ ซึ่งต่ำกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาประมาณ 30-40% โดยเดือน เม.ย. 2557 ราคาที่เกษตรกรชาวนาขายข้าวได้ที่ไร่นา ข้าวนาปรังความชื้น 15% มีราคาเฉลี่ยเกวียนละ 6,960 บาท และข้าวความชื้น 25% มีราคาเฉลี่ยเกวียนละ 5,830 บาท เนื่องจากมีข้าวคงเหลือในสต๊อกมาก จึงทำให้ราคาข้าวไม่มีเสถียรภาพและในนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด 3.23 ล้านตัน หรือ 32% ของผลผลิตทั้งหมดจึงทำให้ราคาลดลง







