
UMIเปิดกลยุทธ์เพิ่มกำไร
ส่งออกเพิ่มลดต้นทุนรักษามาร์จิ้น23%ขายหุ้นกู้สร้างชื่อเสียงหาทุนดอกเบี้ยตํ่า
ส่งออกเพิ่มลดต้นทุนรักษามาร์จิ้น23%ขายหุ้นกู้สร้างชื่อเสียงหาทุนดอกเบี้ยตํ่า
กลยุทธ์สหโมเสคกำไรสูง ฝ่าการเมืองยุ่ง กำลังซื้อลดเพิ่มส่งออก ลดต้นทุน รับจ้างผลิต เป้ารายได้โต 3%
น.ส.ปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม (UMI) เปิดเผยว่า แนวโน้มกำไรสุทธิในปีนี้จะดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา จากกลยุทธ์หลัก เน้นรักษาอัตรากำไรขึ้นต้น (มาร์จิ้น) ให้ได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ประมาณ 23% ควบคุมต้นทุนรวม รวมถึงการบริหารกระแสเงินสดและสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ ผลิตสินค้าให้ได้ปริมาณเท่ากับความต้องการของตลาดจริง
ขณะที่ยอดขายยังเติบโตได้จากการเน้นพัฒนาผลิตสินค้าใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มเพื่อให้ได้ราคาขายที่สูงและได้อัตรากำไรที่ดีขึ้น รวมถึงขยายตลาดใหม่ๆ ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศประมาณ 700 ราย
บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2557 ไว้ใกล้เคียงหรือเติบโตประมาณ 3% จากปีก่อนที่ประมาณ 3,800 ล้านบาท
บริษัท ยอมรับว่าต่ำเพราะธุรกิจจำหน่ายกระเบื้องได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและปัจจัยการเมืองทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อในสินค้าที่ไม่จำเป็นลง
“เราบริหารต้นทุนได้ดีอยู่แล้วทำให้ต้นทุนไม่เพิ่มขึ้นมาหลายปี ทั้งติดอุปกรณ์ที่ช่วยลดการใช้พลังงาน การหาแหล่งวัตถุดิบที่มีราคาต่ำและการวิจัยพัฒนาภายในด้านต่างๆ” น.ส.ปวีณา กล่าว
สำหรับการปรับตัวรับมือกำลังซื้อที่ลดลง น.ส.ปวีณา กล่าวว่า เพิ่มการส่งออกประมาณ 10% โดยยังเน้นตลาดอาเซียนและออสเตรเลียซึ่งมีต้นทุนขนส่งแข่งขันได้
นอกจากนั้น บริษัท ที.ที. เซรามิค (TTC) ยังมีแผนที่จะสามารถกลับมามีกำไร คือ จะเป็นผู้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) เพื่อผลักดันให้โรงงานมีการใช้กำลังผลิตให้ถึงสัดส่วน 60-70% ซึ่งเป็นจุดคุ้มทุนและมีกำไร จากปัจจุบันใช้เพียง 50% ของกำลังการผลิตรวมที่มี 8 ล้านตารางเมตรต่อปี
น.ส.ปวีณา กล่าวอีกว่า บริษัทยังมีแผนทยอยออกหุ้นกู้วงเงิน 2,000 ล้านบาทภายในปีนี้ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เพื่อนำไปใช้ชำระคืนหนี้บางส่วน ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และรองรับโอกาสในการขยายกิจการในอนาคต
“แผนการออกหุ้นกู้ถือเป็นครั้งแรกของบริษัท ช่วยเพิ่มช่องทางระดมทุน และทำให้บริษัทมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักลงทุนในตลาดหุ้นกู้ ที่ผ่านมาเรากู้เงินแบงก์กับระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์” น.ส.ปวีณา กล่าว
ขณะที่แผนธุรกิจในช่วง 2 ปีนี้ (2557-2558) ไม่มีแผนลงทุนขนาดใหญ่เพื่อขยายกำลังการผลิต และมีแผนผลักดันให้บริษัทในเครือคือบริษัท TTC ซึ่งบริษัทได้เข้าไปซื้อกิจการในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและออกจากแผนฟื้นฟูกิจการแล้วให้พลิกมามีกำไร
ทั้งนี้เมื่อผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิติดต่อ 4 ไตรมาส มีนโยบายที่จะนำ TTC ระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (mai) เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขยายธุรกิจเพราะตลาดสินค้าของ TTC มีแนวโน้มเติบโตสูงในอนาคต







