
อีซี่ส์หันลุยฟู้ดเซอร์วิสโออีเอ็มลดเสี่ยง
อีซี่ส์ ปรับแผนขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส แทนขายแฟรนไชส์ พร้อมเพิ่มผลิตโออีเอ็ม หลังกำลังซื้อทรุด
อีซี่ส์ ปรับแผนขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส แทนขายแฟรนไชส์ พร้อมเพิ่มผลิตโออีเอ็ม หลังกำลังซื้อทรุด
นางพัชราวดี หมื่นนิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแฟรนไชส์ บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ ผู้บริหารร้านไส้กรอกสไตล์เยอรมัน “อีซี่ส์” และร้านอาหารยุโรป “มอร์เก้น” เปิดเผยว่า บริษัทจะหันมาขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส หรือการจำหน่ายวัตถุดิบอาหาร อาหารสด และอาหารแช่แข็งให้กับร้านกาแฟ และเชนร้านอาหารประเภทต่างๆ มากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ภายหลังมียอดขายแฟรนไชส์ลดลง เนื่องจากลูกค้าชะลอการตัดสินใจจากความไม่มั่นใจปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มเจรจากับเชนร้านอาหารประเภทต่างๆ และร้านอาหารรายย่อยมากขึ้น เพื่อนำวัตถุดิบอาหารและอาหารประเภทต่างๆ เข้าไปจำหน่ายในร้านดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ได้ทดลองนำอาหารประเภทแซนด์วิชเข้าไปจำหน่ายในร้านกาแฟอินทนิลแล้วได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจการรับจ้างผลิตอาหาร (โออีเอ็ม) ให้กับร้านอาหารต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าไส้กรอก แฮม เบคอน และเครื่องปรุงรส ซึ่งถือเป็นกลุ่มสินค้าที่บริษัทมีความถนัด เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตสินค้าดังกล่าวเป็นของตัวเอง และมีการผลิตสินค้าในกลุ่มสินค้าดังกล่าวเข้าจำหน่ายภายในร้านค้าและห้างค้าปลีกต่างๆ อยู่แล้ว
นางพัชราวดี กล่าวอีกว่า หลังจากออกมาขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสมากขึ้น สิ้นปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสเพิ่มเป็น 50-60% จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 40% อีก 60% เป็นรายได้ที่มาจากการขายแฟรนไชส์ธุรกิจร้านอาหารมอร์เก้น และร้านไส้กรอกอีซี่ส์
อย่างไรก็ดี แม้ว่าลูกค้าจะชะลอการซื้อแฟรนไชส์ แต่บริษัทก็มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะสามารถขยายธุรกิจแฟรนไชส์ในส่วนของร้านอาหารมอร์เก้นได้อีกประมาณ 4-5 สาขา จากปัจจุบันร้านมอร์เก้นมีจำนวนสาขาเปิดให้บริการอยู่ตามสถานที่ต่างๆ 9 สาขา ส่วนร้านไส้กรอกอีซี่ส์ที่มีอยู่ 30 สาขา เน้นเปิดให้บริการภายในฟู้ดคอร์ตของศูนย์การค้า ปีนี้ยังไม่มีแผนจะเปิดให้บริการเพิ่ม เนื่องจากการแข่งขันในธุรกิจฟู้ดคอร์ตค่อนข้างรุนแรง
สำหรับผลประกอบการในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ถือว่าเติบโตสูงกว่าปีก่อนที่มีอัตราการเติบโตเพียง 10-15% เนื่องจากบริษัทหันมาขยายธุรกิจฟู้ดเซอร์วิสมากขึ้น ส่งผลให้มีรายได้เข้ามาแน่นอนมากกว่าการขายแฟรนไชส์ ขณะเดียวกันบริษัทก็มีการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในร้านอาหารมอร์เก้นและร้านไส้กรอกอีซี่ส์อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ภาพรวมรายได้ปีนี้เติบโตสูงกว่าปีที่ผ่านมา







