posttoday
กรุงศรีออโต้งัดแผน3ปีสู้ศึก

กรุงศรีออโต้งัดแผน3ปีสู้ศึก

19 พฤษภาคม 2557

เสนอมิตซูฯบริษัทแม่ญี่ปุ่นไฟเขียวครึ่งปีหลังเข้มความเสี่ยงหวั่นหนี้เสีย

เสนอมิตซูฯบริษัทแม่ญี่ปุ่นไฟเขียวครึ่งปีหลังเข้มความเสี่ยงหวั่นหนี้เสีย

กรุงศรีออโต้ เล็งคลอดแผน 3 ปี ผนึก มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ลุยตลาดเช่าซื้อไทย

นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส หรือ กรุงศรี ออโต้ เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนงานในช่วง 3 ปีข้างหน้า (25582560) เพื่อเสนอให้กับผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่บริษัท มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของแบงก์ออฟ โตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ พิจารณาแผนและหาจุดแข็งของแต่ละแห่ง โดยเฉพาะเรื่องของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เพื่อช่วยกันทำตลาดเช่าซื้อในไทย

ทั้งนี้ ในปี 2559 จะมีการบังคับใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ตัวใหม่ โดยจัดเก็บภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งอาจทำให้รถยนต์บางกลุ่มต้องปรับราคาสูงขึ้น และจะกระทบต่ออุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวมและธุรกิจเช่าซื้อได้ ดังนั้น ในปี 2558 อาจทำให้ลูกค้ารีบตัดสินใจซื้อหรือเปลี่ยนรถยนต์เร็วขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทได้ให้ความสำคัญเรื่องการบริหารความเสี่ยงทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่มากขึ้น เพื่อรักษาระดับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลต่ำกว่า 2% โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารถมือสองที่ต้องดูแลเข้มงวดขึ้น

“ตอนนี้เราต้องดูแลรถมือสองเป็นพิเศษ จึงได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ติดตามหนี้มากขึ้น ซึ่งปัญหารถมือสองไม่ได้เกิดจากลูกค้า แต่เกิดจากราคารถที่ตกลง ซึ่งเราก็กังวล จึงต้องป้องกันไว้ก่อน” นายไพโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าตลาดรถยนต์มือสอง จะฟื้นตัวในไตรมาส 4 ปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 2-3 ปีนี้ เนื่องจากช่วงนี้ค่ายรถยนต์ยังอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายรถใหม่กันมาก หากรถใหม่ยังทำตลาดต่อเนื่องก็จะทำให้รถมือสองขายไม่ได้ ดังนั้น การฟื้นตัวของรถมือสอง จึงขึ้นกับค่ายรถยนต์ว่าจะหยุดทำแคมเปญเมื่อไหร่

นายไพโรจน์ กล่าวว่า " หลังจากหมดโครงการรถคันแรกทำให้ตลาดรถยนต์ในภาพรวมเติบโตในอัตราชะลอตัวลงเห็นได้จากยอดขายในไตรมาส 1 /57 ที่ผ่านมาสำหรับรถใหม่ลดลงถึง 40% ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรถเก่าลดเก่าหดตัวลงเช่นกัน ส่วนยอดขายรถยนต์ในตลาดรวมจากเดิมอยู่ที่ 1.3-1.4 ล้านคันเหลือเพียง 1 ล้านคันในปีนี้"

บริษัทยังได้ปรับสัดส่วนการทำตลาดรถใหม่จาก 55% เหลือ 50% และเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรถมือสองและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็น 50% จากเดิม 45% โดยเฉพาะรถมือสอง แม้ราคาขายรถมือสองในช่วงนี้จะอยู่ภาวะทรงตัวไม่ได้ขึ้นราคามากนัก แต่บริษัท ยังทำตลาดเหมือนเดิม เพราะมีกำไรมากกว่ารถใหม่

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ากรมสรรพากรจะเก็บภาษีกับเต็นท์รถเก่านั้น เชื่อว่าสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วหรือรถมือ 2 จะมีการหารือกับหน่วยงานภาครัฐอีกครั้ง สำหรับสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โดยเฉพาะลูกค้าเอสเอ็มอีที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการเพิ่มเติม หรือต่อยอดธุรกิจ

สำหรับเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อใหม่ปีนี้อยู่ที่ 1.27 แสนล้านบาท เติบโต 67% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา 1.2 แสนล้านบาท เน้นรักษาส่วนแบ่งการตลาด ไว้เหมือนเดิม เนื่องจากตลาดไม่ได้อยู่ในช่วงขาขึ้น โดยจะมีการแยกประเภทกลุ่มลูกค้าในการทำตลาดให้ชัดเจน ซึ่ง

โดยเฉพาะลูกค้าใหม่จะมีความระมัดระวังมากขึ้น แม้ว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลอยู่ในระดับต่ำกว่า 2% เนื่องจากเน้นคุณภาพสินเชื่อเป็นหลัก ส่วนเรื่องความสามารถชำระหนี้ของลูกหนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะมีทีมบริหารความเสี่ยงติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 2.24 แสนล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท