
ไล่บี้คุมหนี้เสียข้าราชการ
ธนาคารออมสินคลอดมาตรการเข้มคุมหนี้รายย่อยข้าราชการ กดหนี้เสียไม่ให้พุ่งเกิน 1.5%
ธนาคารออมสินคลอดมาตรการเข้มคุมหนี้รายย่อยข้าราชการ กดหนี้เสียไม่ให้พุ่งเกิน 1.5%
นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งคณะทำงานในการพิจารณาภาพรวมการปล่อยสินเชื่อรายย่อย และคณะทำงานปรับโครงสร้างหนี้รายย่อยทำงานมาแล้วกว่า 3 เดือน เพื่อเกาะติดลูกหนี้กลุ่มอาชีพข้าราชการกว่า 6-7 แสนราย มียอดปล่อยสินเชื่อกว่า 7 แสนล้านบาท และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 1% รวมถึงลูกหนี้รายย่อยและสินเชื่อบุคคล
ทั้งนี้ เบื้องต้นธนาคารมี 3 มาตรการในการคุมหนี้เอ็นพีแอลของกลุ่มลูกค้าข้าราชการ ได้แก่ 1.ลูกค้าใหม่ จะมีการปรับเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อรายย่อยสำหรับลูกค้าใหม่ให้เข้มงวดมากขึ้น รวมทั้งปรับลดวงเงินการปล่อยสินเชื่อทุกประเภทรวมกันเหลือรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท จากเดิมปล่อยสินเชื่อประเภทละ 3 ล้านบาทต่อราย และจะมีการเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับลูกค้าที่ต้องการกู้เงินตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป
มาตรการที่ 2 ลูกค้าที่อยู่ระหว่างค้างชำระหนี้ 1-3 เดือน ซึ่งกลุ่มนี้มีจำนวนเยอะมากต้องดูแลอย่างใกล้ชิด อาจมีการส่งไปรษณีย์หรือข้อความทางโทรศัพท์ รวมถึงเข้าไปพูดคุยกับลูกค้าในการให้คำแนะนำและความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อป้องกันลูกค้าในกลุ่มนี้ตกชั้นกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต
ขณะที่มาตรการที่ 3 สำหรับลูกหนี้เอ็นพีแอล ที่ค้างชำระเกิน 3 เดือนขึ้นไป จะดำเนินการเข้มงวดมากขึ้น เริ่มจากการเรียกเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ แต่หากไม่ให้ความร่วมมือหรือมีปัญหาอย่างหนัก ก็จะดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมายต่อไป หรือบางรายอาจต้องมีการฟ้องร้องผ่านหน่วยงานที่ลูกค้าสังกัดอยู่ด้วย
“ตอนนี้เอ็นพีแอลรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการเริ่มมีสถานการณ์ดีขึ้นมาก จากก่อนหน้านี้ถือเป็นกลุ่มที่สร้างปัญหาอย่างหนัก เพราะเศรษฐกิจซบเซาค่อนข้างมาก และธนาคารไม่ได้ติดตามการชำระเงินของกลุ่มนี้อย่างจริงจัง รวมทั้งบางรายมีการโอนย้ายสังกัด หรือย้ายที่ทำงานก็ทำให้เกิดปัญหาได้”นายธัชพล กล่าว
นายธัชพล กล่าวอีกว่า มั่นใจว่าจากความพยายามในการบริหารจัดการหนี้เอ็นพีแอล ทั้งในกลุ่มรายย่อย ข้าราชการ สินเชื่อบุคคลและกลุ่มอื่นๆ จะช่วยให้หนี้เอ็นพีแอลของธนาคารในปีนี้ขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.5% จากยอดหนี้เอ็นพีแอลเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 1.3% ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงรุกในการดูแลหนี้เสียของธนาคาร โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจมีปัญหาชะลอตัวมากและเป็นเวลานาน
ทั้งนี้ ยอดสินเชื่อคงเหลือทั้งหมด ณ วันที่ 31 มี.ค. 2557 มีจำนวน 2.94 ล้านราย รวมเป็นเงินกว่า 1.69 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นลูกหนี้ปกติจำนวน 2.7 ล้านราย รวมเป็นเงิน 1.62 ล้านล้านบาท เป็นลูกหนี้ในกลุ่มที่จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) จำนวน 1.25 แสนราย รวมเป็นเงิน 4.47 หมื่นล้านบาท และเป็นลูกหนี้ต่ำกว่ามาตรฐาน (เอ็นพีแอล) จำนวน 1.21 แสนราย รวมเป็นเงิน 2.59 หมื่นล้านบาท







