
เอกชนอย่าท้อ 1-3 เดือนรู้ผล
หม่อมอุ๋ยลั่นไม่เกิน 3 เดือนมีรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
หม่อมอุ๋ยลั่นไม่เกิน 3 เดือนมีรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปลอบเอกชนอย่าท้อศักยภาพไทยยังดี
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวแสดงความเชื่อมั่นในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2556 ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยว่า เหตุการณ์ในประเทศจะจบได้ภายใน 1-3 เดือน เนื่องจากการต่อสู้ 2 ฝ่าย ระหว่างประชาชนกับประชาชน ขณะนี้ได้เปลี่ยนเป็นกลุ่มเล็กระหว่างรัฐสภากับรัฐบาลเท่านั้น และทุกฝ่ายต่างมองตรงกันว่าอยากให้จบโดยเร็ว ดังนั้น ภาคเอกชนจึงไม่ควรท้อแท้จนชะลอการเดินหน้าธุรกิจลง ซึ่งภาคเอกชนถือเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจถึง 80%
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลใน 1-3 เดือนข้างหน้า ก็จะต้องเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจทันทีใน 4 ด้าน คือ การจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวที่ยังค้างชาวนาอยู่ 9 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ชาวนานำเงินไปใช้จ่ายทันที เร่งเดินหน้างบลงทุนที่ค้างอยู่
นอกจากนี้ ยังต้องเดินหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งรถไฟรางคู่และท่าเรือปากบารา สุดท้ายคือ การอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ซึ่งขณะนี้มีโรงงานหลายร้อยแห่งที่รอไฟเขียวอยู่
นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในไตรมาสแรกขยายตัว 0-1% คงไม่ถึงกับติดลบ แต่หากยืดเยื้อออกไปอีกจีดีพีในครึ่งปีแรกอาจโตไม่ถึง 1% และหากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในสิ้นปีนี้ได้ เศรษฐกิจไทยมีโอกาสถึงขั้นวิกฤต







