
เลียบเลาะ "เนย์ปิดอว์" เมื่อหลวงที่เงียบเหงา
การที่รัฐบาลพม่าใช้ “เนย์ปิดอว์” เมืองหลวงแห่งใหม่โชว์ศักยภาพเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 27
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
การที่รัฐบาลพม่าใช้ “เนย์ปิดอว์” เมืองหลวงแห่งใหม่โชว์ศักยภาพเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ในช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา แม้จะมีข้อติดขัดอยู่หลายจุด แต่ก็ถือว่า “สอบผ่าน” ช่วยให้พม่ายืดอกเป็นประธานอาเซียนหมาดๆ ได้อย่างภาคภูมิ
หลายคนที่เคยไปเยือนเนย์ปิดอว์อาจยังสงสัยว่าหลังจากเปิดเมืองหลวงแห่งนี้อวดสายตาคนภายนอกแล้ว บรรยากาศที่เคยเงียบเหงาเปลี่ยนไปแค่ไหน
จากการเยือนเนย์ปิดอว์ตามโครงการเออีซีสัญจรของสมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (แอตต้า) ครั้งล่าสุด ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง ห้างสรรพสินค้า โรงแรมที่พัก ซึ่งถูกสร้างไว้รองรับนักท่องเที่ยวในช่วงแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ทัศนียภาพได้รับการปรับปรุงให้สวยงามขึ้นด้วยต้นไม้ที่ปลูกเพิ่มเติม ดอกไม้หลากสีถูกนำมาประดับตามแยกหลักๆ ในเมือง
แต่ที่ยังเหมือนเดิมไม่ต่างจากช่วงก่อนซีเกมส์ คือ บรรยากาศในเมืองที่ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะผู้คนที่อยู่ในเนย์ปิดอว์ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการหน่วยงานต่างๆ ที่ย้ายมาจากย่างกุ้ง ดังนั้นจึงเห็นผู้คนขับรถสัญจรไปมาเฉพาะช่วงเช้าก่อนเริ่มงานและช่วงเย็นหลังเลิกงานเท่านั้น รวมทั้งนักธุรกิจที่เข้ามาติดต่อกับหน่วยราชการ ส่วนนักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย
ส่วนสำคัญที่ทำให้เนย์ปิดอว์ยังไม่ใช่เป้าหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว แม้รัฐบาลพม่าจะพยายามผลักดัน เป็นเพราะศักยภาพของสถานที่ท่องเที่ยวยังน้อยกว่าสถานที่อื่นๆ โดยเฉพาะอดีตเมืองหลวงอย่างพุกาม มัณฑะเลย์ และย่างกุ้ง ที่ต่างก็เป็นเมืองหลวงที่ผ่านการสั่งสมทั้งศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนมานานกว่า มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนมากกว่า
ขณะที่เนย์ปิดอว์ซึ่งตั้งอยู่ในทางทิศตะวันตกของตัวเมืองปยินมะนา ส่วนหนึ่งของภาคมัณฑะเลย์ (การปกครองของพม่าแบ่งออกเป็น 7 ภาค ได้แก่ อิรวดี พะโค มาเกว มัณฑะเลย์ สะกาย ตะนาวศรี และย่างกุ้ง) อยู่ในตอนกลางของประเทศ ค่อนข้างแห้งแล้ง อากาศร้อนถึงขนาดถูกจัดให้เป็นเขตที่มีความเข้มของแดดสูงที่สุดของประเทศ
อีกทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหมดที่ก่อสร้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุทยานน้ำพุ สวนสัตว์ ยังดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ไม่มากนัก กลุ่มอาคารรัฐสภาที่ลงทุนก่อสร้างไว้อย่างยิ่งใหญ่ วันนี้ถนน 20 เลนด้านหน้ารัฐสภาก็ยังเงียบเหงา
สิ่งที่ดึงดูดและเป็นศูนย์รวมของผู้คนในเมืองหลวงแห่งนี้และชุมชนรอบๆ คือ มหาเจดีย์อุปปาตะสันติ ที่เป็นองค์จำลองของมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งชาวพม่าให้ความศรัทธาสูงสุด
เมื่อดูจากภายนอก การก่อสร้าง “ก๊อบปี้” ชเวดากองมาทั้งหมด ขนาดก็ใกล้เคียงความสูง 325 ฟุต เตี้ยกว่าองค์จริงเพียง 1 ฟุตเท่านั้น เพราะพม่ายังคงให้มหาเจดีย์ชเวดากองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด (ตึกในย่างกุ้งก็ห้ามก่อสร้างสูงกว่ามหาเจดีย์ชเวดากอง) ส่วนด้านในของมหาเจดีย์อุปปาตะสันติอนุญาตให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าไปสักการะพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ทั้ง 4 ทิศขององค์เจดีย์ได้ และโดยรอบด้านในก็มีภาพแกะสลักหินอ่อนสวยงามมากเกือบ 50 แผ่น เป็นเรื่องราวพุทธประวัติตั้งแต่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และดับขันธปรินิพพาน
ใกล้ๆ กันมีช้างเผือก 4 ช้าง ผู้คนที่แวะเวียนมาสักการะมหาเจดีย์จะต้องแวะมาชม คนพม่ามีความเชื่อคล้ายกับคนไทย หรือชาติอื่นๆ เช่น ลาว ศรีลังกา ที่ไหนมีช้างเผือกถือว่าเป็นสิริมงคลกับบ้านเมือง
ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานทางถนนสามารถเดินทางจากมัณฑะเลย์ หรือย่างกุ้งมายังเนย์ปิดอว์ได้สะดวก เพราะทางการพม่าตัดถนนไฮเวย์จาก 2 เมืองใหญ่มายังเนย์ปิดอว์เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่บริการรถโดยสารยังมีน้อยส่วนใหญ่ยังต้องเดินทางโดยรถส่วนตัว หรือรถบัสของคณะทัวร์ ขณะที่การเดินทางทางอากาศ หากใช้บริการสายการบินในประเทศก็อาจยังมีปัญหาการบินไม่ตรงตามตารางเวลา
เนย์ปิดอว์มีภูมิศาสตร์ที่รัฐบาลพม่ามองเป็นจุดแข็ง คือ ตั้งอยู่ในภูเขา ข้าศึกรุกรานทางบกและทะเลได้ยาก เมื่อเทียบกับเมืองหลวงเก่าย่างกุ้งที่ภูมิประเทศติดทะเล เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ในยุคอาณานิคมถูกอังกฤษเข้ารุกรานได้ง่าย แต่จุดแข็งนี้ก็เป็นจุดอ่อนเช่นกัน เพราะการตั้งอยู่ในหุบเขาแห้งแล้ง การคมนาคมไม่เอื้อต่อกับการค้าภายนอกอันเป็นคุณสมบัติสำคัญของเมืองหลวง ทำให้ไม่ดึงดูดนักลงทุน
ถึงตอนนี้ก็ยังเป็นโจทย์ท้าทายว่ารัฐบาลพม่าจะพัฒนาเมืองหลวงที่ยังเงียบเหงาแห่งนี้ต่อไปอย่างไร เพื่อให้เป็นศูนย์บัญชาการของประเทศคู่ขนานกับย่างกุ้งที่เป็นศูนย์กลางการเงินและการค้า







