
คำสั่งซื้อขายกับเงื่อนไขเพิ่มเติม
ในงาน Money Expo ที่จัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บูธการลงทุนของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการนำประเด็นการลงทุนต่างๆ มาพูดคุยในทุกๆ ด้านแบบ 360 องศา โดยสำหรับ Booth TFEX เอง นอกจากจะมีการสอบถามเรื่องตัวสินค้าแล้ว ประเด็นเรื่องการส่งคำสั่งซื้อขายและการใช้งานแต่ละประเภทคำสั่งในระบบ Streaming ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ “นัดพบ TFEX” ขอนำควันหลง ในส่วนของประเด็นที่มีผู้ลงทุนสอบถามและสนใจเรื่องคำสั่งการซื้อขายในตลาด TFEX มาเล่าให้ฟังกันนะครับ
ในงาน Money Expo ที่จัดขึ้น ณ ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บูธการลงทุนของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการนำประเด็นการลงทุนต่างๆ มาพูดคุยในทุกๆ ด้านแบบ 360 องศา โดยสำหรับ Booth TFEX เอง นอกจากจะมีการสอบถามเรื่องตัวสินค้าแล้ว ประเด็นเรื่องการส่งคำสั่งซื้อขายและการใช้งานแต่ละประเภทคำสั่งในระบบ Streaming ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ดังนั้น ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ “นัดพบ TFEX” ขอนำควันหลง ในส่วนของประเด็นที่มีผู้ลงทุนสอบถามและสนใจเรื่องคำสั่งการซื้อขายในตลาด TFEX มาเล่าให้ฟังกันนะครับ
คำสั่งซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สที่ผู้ลงทุนสนใจ คือ คำสั่งซื้อขายพิเศษแบบใหม่ที่จะสามารถเลือกกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และความต้องการต่างๆ ได้ โดยทาง Settrade.com เพิ่มได้เพิ่มเติมชุดคำสั่งเหล่านี้เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเพิ่มเติมเงื่อนไข โดยสามารถกำหนดระยะเวลาของการทำงาน (Validity) ของคำสั่งซื้อขายได้เพิ่มเติม
การระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาของการทำงานของคำสั่ง หรือ Validity จะสามารถกำหนด ได้ 2 รูปแบบ คือ ทำการจับคู่ทันทีและให้รอการจับคู่เป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง โดยรูปแบบของการจับคู่ทันทีที่ผู้ลงทุนคุ้นเคย ได้แก่ คำสั่งประเภท IOC (Immediate or Cancel) ซึ่งเป็นคำสั่งที่จะจับคู่ซื้อขายทันทีเมื่อส่งคำสั่งดังกล่าวเข้าระบบ โดยจะพยายามจับคู่ให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ หลังจากนั้นระบบจะยกเลิกปริมาณที่เหลือโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ หลายท่านอาจจะคุ้นเคยกันในชื่อ FaK (Fill and Kill) นั่นเอง
นอกจากนี้ เงื่อนไขการจับคู่แบบทันทียังมีอีกประเภท คือ เงื่อนไขแบบ FoK (Fill or Kill) โดยระบบจะพยายามจับคู่ให้ได้ตามจำนวนที่ระบุทันที หากในตลาดไม่มีปริมาณเสนอซื้อหรือขายด้านตรงข้าม ที่ทำให้จับคู่ได้ครบตามจำนวนทั้งหมด คำสั่งดังกล่าวจะถูกยกเลิกโดยทันที จะเห็นได้ว่าเงื่อนไขในลักษณะนี้ทำให้ผู้ลงทุนทราบทันทีว่าจับคู่ได้เป็นจำนวนเท่าไร และสามารถปรับพอร์ตลงทุนได้ทันทีหลังส่งคำสั่ง
ส่วน Validity ในรูปแบบให้รอการจับคู่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สามารถระบุได้หลายลักษณะ เช่น ต้องการให้คำสั่งรอการจับคู่ไปตลอดทั้งวัน ก็สามารถระบุ Validity แบบ Day ส่วนหากต้องการให้คำสั่งดังกล่าวอยู่ในระบบสั้นกว่าหนึ่งวันก็ทำได้ โดยใช้ Validity แบบ Session ก็จะทำให้คำสั่งนั้นๆ จะอยู่จนก่อนเข้า Session ที่กำหนด
ตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนต้องการส่งคำสั่งให้รอจับคู่เฉพาะช่วงเช้าและช่วงบ่าย โดยให้ยกเลิกคำสั่งเมื่อเข้าช่วงค่ำ ก็สามารถทำได้ โดยเลือก Validity แบบ Session แล้วระบุว่าเป็น Night คำสั่งดังกล่าวหลังจากส่งเข้าระบบแล้วก็จะรอจับคู่จนจบช่วงบ่ายของวันเท่านั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืน หรือ Night session ระบบก็จะยกเลิกคำสั่งดังกล่าวโดยอัตโนมัติ
หากต้องการให้คำสั่งรอจับคู่นานกว่า 1 วันก็สามารถทำได้ โดยระบุวันที่ต้องการจะให้คำสั่งซื้อขายรออยู่ในระบบ ด้วยการใช้ Validity แบบ Date ซึ่งจะทำให้คำสั่งดังกล่าวอยู่รอเพื่อจับคู่ในระบบซื้อขายได้จนสิ้นวันดังกล่าว หรือหากต้องการระบุเวลาละเอียดลงรายชั่วโมง/นาที ก็สามารถทำได้ โดยเลือก Validity แบบ Time ซึ่งผู้ลงทุนต้องเลือกทั้งวัน และเวลาที่ต้องการให้คำสั่งรอจับคู่จนถึงช่วงเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ ยังมี Validity อีกประเภทที่สามารถสั่งให้รอจับคู่ได้จนถึงวันที่สัญญานั้นๆ ครบกำหนดอายุ ซึ่งก็คือ Validity แบบ Cancel โดยระบบจะเก็บคำส่งซื้อขายดังกล่าวเพื่อรอจับคู่ตั้งแต่เริ่มส่งเข้าระบบและอยู่จนถึงสัญญาฟิวเจอร์สนั้นๆ ครบกำหนดอายุก็จะยกเลิกให้โดยอัตโนมัติ
การใช้ Validity เหล่านี้ ควรคำนึงถึงสภาพการเคลื่อนไหวของราคาประกอบด้วย เนื่องจากหากส่งคำสั่งที่มี Validity ยาวนานเกินไปและตลาดผันผวน ก็อาจทำให้คำสั่งของท่านที่ส่งไว้หลายวันก่อนไม่เหมาะสมกับสภาพตลาดในขณะนั้นๆ นอกจากนี้ บางโบรกเกอร์อาจให้บริการระบบซื้อขายอื่นๆ นอกเหนือจาก Streaming ซึ่งอาจมีรายละเอียดของ Validity ต่างจากที่ได้ในนำเสนอนี้ ดังนั้น ผู้ลงทุนที่สนใจควรสอบถามรายละเอียดจากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการโดยตรง หรืออาจดูรายละเอียดได้ที่ www.settrade.com ครับ







