
ทองน่าสนใจมากขึ้นรอจังหวะเหมาะลุย!
ผู้ค้าทองมองดัชนีความเชื่อมั่นราคาดีขึ้น หลุด 1.8 หมื่น รอช้อน การเมืองจบบาทแข็งหนุนกำลังซื้อ
ผู้ค้าทองมองดัชนีความเชื่อมั่นราคาดีขึ้น หลุด 1.8 หมื่น รอช้อน การเมืองจบบาทแข็งหนุนกำลังซื้อ
นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำเดือน พ.ค.นี้ อยู่ที่ระดับ 50.46 จุด เพิ่มขึ้น 5.11% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อราคาในประเทศ แต่ผู้ค้าทองคำเริ่มให้ความสำคัญกับการเมืองมากขึ้น จากเดิมมีผลกระทบเพียง 5% เท่านั้น
ทั้งนี้ หากปัญหาการเมืองมีข้อยุติได้ภายในไตรมาส 3 นี้ จะทำให้กระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของไทยและจะกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นผลให้ราคาทองคำในประเทศลดต่ำลงได้ และอาจมีผลให้มีกำลังซื้อในทองรูปพรรณเพื่อสวมใส่มากขึ้น ขณะที่แรงซื้อทองคำแท่งคาดว่าอาจไม่ได้สูง เพราะผู้ลงทุนยังต้นทุนที่สูงอยู่ ทำให้กำลังซื้ออาจไม่แรงเท่าทองรูปพรรณ
“หากราคาทองคำในประเทศต่ำกว่า 18,000 บาท น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อเพิ่มขึ้น” นายกมลธัญ กล่าว
ทั้งนี้ จากผลสำรวจได้คาดการณ์ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังของปีนี้น่าจะอยู่ระหว่าง 32.25-32.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 32.43 บาท และเป้าหมายราคาเฉลี่ยทองคำในตลาดโลกจากผู้ค้าทองคำรายใหญ่จำนวน 6 รายน่าจะอยู่ในช่วงระหว่าง 1,2301,325 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,286 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เป้าหมายราคาทองคำในประเทศจะอยู่ในช่วงระหว่างบาทละ 18,70020,400 บาท และค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 19,500 บาท
สำหรับปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อทิศทางราคาทองคำคือความขัดแย้งระหว่างยูเครนกับรัสเซียเป็นปัจจัยหนุนในอนาคต ความต้องการทองคำในตลาดโลกที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากจีนคาดว่าปีนี้ยังคงนำเข้าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่นำเข้าสูงกว่า 1,000 ตัน และผลจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)







