
เอื้อประโยชน์?
15 พ.ค.นี้ คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายทีวีดิจิทัล จะประชุมกันเพื่อสรุปว่า การแจกคูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีไทยจากอะนาล็อกมาเป็นดิจิทัลจะต้องผ่านประชาพิจารณ์หรือไม่
15 พ.ค.นี้ คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายทีวีดิจิทัล จะประชุมกันเพื่อสรุปว่า การแจกคูปองเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบทีวีไทยจากอะนาล็อกมาเป็นดิจิทัลจะต้องผ่านประชาพิจารณ์หรือไม่
นอกจากนี้ จะพิจารณาว่าคูปองที่จะแจกให้กับประชาชน 22-25 ครัวเรือนนั้น ควรครอบคลุมทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีหรือไม่
ได้ข้อสรุปอย่างไร จะเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ ลงมติในวันที่ 20 พ.ค. อีกครั้ง
ปัญหาทีวีดิจิทัลที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับประชาชนอยู่ในขณะนี้ จะคลี่คลายไปทางไหน ไม่นานรู้
ขณะที่ปัญหาเรื่องราคาคูปองก็กลายเป็นเรื่องที่สังคมจับตามองกันหนัก เพราะมีคนได้จาก “ราคา” มหาศาล
31 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้กลับมติด้วยการอนุมัติคูปองแลกซื้ออุปกรณ์ในการเปลี่ยนผ่านจากการชมโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล จากเดิม 690 บาท เป็นคูปองละ 1,200 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 5-10 บาท
นั่นเท่ากับว่าต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท
ผลที่ตามมาทำให้เกิดคำถามว่าสูงเกินไปหรือไม่ ยิ่งเมื่อมูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภคออกมาสรุปว่า ราคาน่าจะอยู่แค่ 5-10 บาท และราคาขายในท้องตลาดตกแค่ 600-800 บาทเท่านั้น ก็ยิ่งคาใจ
อย่างไรก็ตาม พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโททัศน์ (กสท.) ซึ่งรับผิดชอบ ออกมายืนยันว่าราคาเซตท็อปบอกซ์และเสาอยู่ที่ 1,670-1,680 บาท เมื่อเทียบกับราคาขายปลีกในต่างประเทศนั้นถือว่าถูกมั่กๆ
เซตท็อปบอกซ์ในสิงคโปร์อยู่ที่ 3,400 บาท รัสเซีย 2,500 บาท และอังกฤษ 50-60 ยูโร หรือ 2,250-2,700 บาท ราคาของไทยจึงต่ำที่สุด
ปัญหาเรื่องราคาจึงทิ่มแทงไปยัง กสท.อย่างหนัก เพราะส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นนั้น หากนำมาคูณกับจำนวนครัวเรือนที่ต้องแจก นั่นหมายถึงเงินก้อนโตร่วม 22.2 หมื่นล้านบาท จะตกไปอยู่ในมือของผู้ประกอบธุรกิจ
แจก ไม่แจก ราคาเท่าไหร่ เอื้อประโยชน์ใคร จึงกดดันบอร์ด กสทช. อย่างหนัก จนหลายคนไม่กล้าลงมติ







