
กลุ่มอินทัชยืนเป้าเติบโตปีนี้
ยันจุดแข็งเพียบงัดกลยุทธ์สู้คู่แข่งเดินทางลงทุนตามงบที่ตั้งเป้าหมายไว้
ยันจุดแข็งเพียบงัดกลยุทธ์สู้คู่แข่งเดินทางลงทุนตามงบที่ตั้งเป้าหมายไว้
3 บริษัทกลุ่มอินทัช ยืนยันเติบโตตามเป้าหมายทั้งปีนี้ เดินหน้าลงทุนตามแผนผงาดในระยะยาว
น.ส.นัฐิยา พัวพงศกร ผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ที่68% แม้ไตรมาสแรกรายได้จะอ่อนตัวลงทั้งจากช่วงเดียวของปีก่อน 1.8% และไตรมาสก่อนหน้าที่ 0.1% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับบริษัทจดทะเบียนทั่วไป เพราะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมือง
บริษัทมั่นใจในโครงข่ายที่แข็งแกร่งขึ้น จากปีก่อนต้องยอมรับว่าด้อยกว่าคู่แข่ง ขณะที่ดูตัวเลขภายในทั้งยอดขายและส่วนแบ่งการตลาดก็เพิ่มขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้สมาร์ทโฟนยังมีอยู่มาก และบริษัทจะเริ่มกลยุทธ์การตลาดมากขึ้น
“ช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทต้องเติบโตขึ้นในทุกไตรมาสให้ได้ แม้จะทำได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าปัญหาการเมืองจะจบเมื่อไร แต่สิ่งที่เห็นอยู่ก็ทำให้เรามั่นใจและยังคงเป้าหมายการเติบโตไว้เช่นเดิม” น.ส.นัฐิยา กล่าว
ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัทเพิ่งเริ่มกลยุทธ์การตลาด ตอกย้ำการเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งทางโครงข่าย และต้องการกลับมาเป็นที่หนึ่งในการให้บริการ
อย่างไรก็ดี คาดว่าปีนี้จะมีจำนวนผู้ใช้บริการ 3จี 2100 เป็น 75% ของผู้ใช้บริการทั้งหมด จากไตรมาสแรกอยู่ที่ 62% และบริษัทจะส่งเสริมให้ลูกค้าหันมาใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีผู้ใช้บริการถึง 16 ล้านเครื่อง คิดเป็น 50% ของผู้ใช้บริการ 3จี 2100 จากไตรมาสแรกที่ 12 ล้านเครื่อง โดยการเน้นกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าสมาร์ทโฟนในกลุ่มตลาดระดับล่างที่มีราคา 1,6002,600 บาท พร้อมแพ็กเกจที่ตอบโจทย์มากขึ้น
น.ส.นัฐิยา กล่าวต่อว่า บริษัทจะยื่นประมูลคลื่น 1800 MHz ได้ราวช่วงเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งบริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอและไม่กระทบจ่ายปันผล 100% ของกำไรสุทธิ ปัจจุบันมีเงินสดอยู่ 1.67 หมื่นล้านบาท และยังมีโอกาสกู้เงินได้อีกจากการมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) เพียง 0.02 เท่า
ด้านบริษัท ไทยคม (THCOM) นายเคน สตุดเกอร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวว่า ในครึ่งปีแรกนี้จะสรุปแหล่งเงินลงทุนที่จะนำไปใช้การลงทุนไทยคม 8 ที่ใช้งบลงทุนประมาณ 5,712 ล้านบาท หรือ 178.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้รูปแบบเดียวกับไทยคม 6 ที่เป็นการกู้เงินบางส่วนและกระแสเงินสดของบริษัท รวมถึงยังมีวงเงินการออกหุ้นกู้อีกประมาณ 7,000 ล้านบาท
นายเคน กล่าวอีกว่า ดาวเทียมไทยคม 8 จะสามารถยิงขึ้นสู่วงโคจรกลางปี 2559 ครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย 50% และที่เหลือจะไปยังแอฟริกาและอินเดีย โดยมีความจุ 24 ช่องสัญญาณรับส่ง
สำหรับรายได้ในปีนี้น่าจะเติบโตได้ประมาณ 10% จากปีก่อนที่ทำได้ 8,286 ล้านบาท ซึ่งมาจากการรับรู้รายได้จากไทยคม 6 เต็มปี ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 ที่จะยิงขึ้นสู่วงโคจรในกลางปีนี้ ปัจจุบันมียอดจองช่องสัญญาณแล้ว 40%
นายเคน กล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทเพิ่งเริ่มธุรกิจบริหารจัดการคอนเทนต์ แต่การรับรู้รายได้ยังไม่มีนัยสำคัญ ปัจจุบันเริ่มบริการและติดตั้งระบบส่งสัญญาณถ่ายทอดออกอากาศภาพยนตร์มายังโรงฉายภาพยนตร์ทดแทนการใช้ฟิล์มและเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้าผู้ผลิตภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดรายใหญ่ของสหรัฐบ้างแล้ว ส่วนการให้บริการอินเทอร์เน็ตไวไฟ กลุ่มสายการบินต่างๆ ผ่านสัญญาณดาวเทียม ยังอยู่ระหว่างการเจรจาอยู่
น.ส.ทมยันตี คงพูลศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท อินทัชโฮลดิ้งส์ (INTUCH) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายการจ่ายเงินปันผลจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ มาเป็นจ่ายเงินปันผลส่วนใหญ่ที่บริษัทได้รับจากบริษัทร่วมและบริษัทย่อยหลังหักค่าใช้จ่าย เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติจริงที่ผ่านมาจ่ายระดับ 100% ของกำไรสุทธิอยู่แล้ว อีกทั้งเป็นการสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนให้ผู้ถือหุ้น จึงไม่มีผลกระทบต่อการจ่ายเงินปันผล ส่วนในแง่เม็ดเงินที่จะเพิ่มขึ้นหรือไม่อยู่ที่ผลงานบริษัทลูกที่ถือหุ้นอยู่
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในระยะ 57 ปีข้างหน้า มีแผนเพิ่มสัดส่วนแหล่งที่มาของกำไรจากแหล่งอื่นๆ และในปีนี้ตั้งงบในการบริหารเพิ่ม 400-450 ล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้ราว 350 ล้านบาท รวมถึงงบลงทุนไว้ในธุรกิจเงินร่วมลงทุน (VC) วงเงิน 200 ล้านบาท ขณะที่รายได้ในปี 2557 น่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 57%







