posttoday
กม.บัตรเครดิตส่อวืดนานโอด ธปท.ช่วยคุมเข้ม

กม.บัตรเครดิตส่อวืดนานโอด ธปท.ช่วยคุมเข้ม

15 พฤษภาคม 2557

ความฝันของคนไทยที่จะได้รับบริการทางการเงินอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

โดย...ทีมข่าวการเงิน

ความฝันของคนไทยที่จะได้รับบริการทางการเงินอย่างเป็นธรรมมากขึ้น จากการผลักดัน “ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจบัตรเครดิต” และ “ร่าง พ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม” ดูท่าจะเป็นหมันยาวไปถึงปีหน้า เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงตีบตัน และยังไร้วี่แววว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ที่มีอำนาจเต็ม เข้ามาบริหารประเทศได้ในเร็วๆ นี้

ชูชาติ บุญยงยศ ประธานชมรมหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล เปิดเผยระหว่างสัมมนาเรื่องการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า จากปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ ทำให้ร่างกฎหมายบัตรเครดิต และร่างกฎหมายการติดตามทวงหนี้ยังไม่สามารถออกเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ได้ ดังนั้น หลายฝ่ายจึงเสนอให้ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” (ธปท.) เพิ่มความเข้มงวดและออกบทลงโทษอย่างชัดเจน กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ ธปท. ทั้งการคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่ ธปท.กำหนด และการติดตามทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม

ชูชาติ กล่าวว่า ปัจจุบัน ธปท.มีการประกาศกำหนดชัดเจนให้คิดอัตราดอกเบี้ยหนี้ค้างชำระ ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ ค่าปรับการชำระล่าช้า หรือ ค่าธรรมเนียม ค่าบริการอื่นใดจากผู้ถือบัตรเครดิตหรือผู้บริโภคเมื่อ “รวมกันแล้ว” ต้องไม่เกิน 20% และอัตราดอกเบี้ยส่วนบุคคลไม่เกิน 28%

อย่างไรก็ตาม กลับพบว่าผู้ประกอบการมีการแยกประเภทค่าธรรมเนียมต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่ย่อย เช่น ค่าทวงถามหนี้ครั้งละ 200250 บาท และมีการคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ไม่ลดต้นลดดอกเบี้ย ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กำหนดไว้ที่ 20% ต่อปี แต่ ธปท.กลับไม่มีบทลงโทษผู้ประกอบธุรกิจ บัตรเครดิต ทั้งที่มีประกาศอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน

นอกจากนี้ ยังขอให้ ธปท.เข้าไปตรวจสอบ ผู้ประกอบการบัตรเฟิร์สช้อยส์ ซึ่งมีการเขียนในสัญญาว่า หากนำบัตรไปรูดซื้อสินค้าและบริการจะคิดดอกเบี้ย 20% แต่หากนำบัตรไปกดเงินสดจะคิดอัตราดอกเบี้ย 28% ซึ่งถือเป็นการเข้าข่ายว่าคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่ ธปท.กำหนดเช่นกัน

“ในปี 2556 มีหนี้ด้อยคุณภาพ (เอ็นพีแอล) 1.5 ล้านบัญชี ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่และเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องเร่งจัดการปัญหาหนี้เสีย” ชูชาติ กล่าว

ธัญทิพย์ สรรโชติวัฒน์ ผู้บริหารทีมศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับว่า ธปท.มีความเป็นห่วงสถานการณ์ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน โดยปัจจุบันมีบัตรเครดิตจำนวน 18 ล้านบัตร โดยในจำนวนนี้เป็นการแบ่งชำระขั้นต่ำ 10% มากถึงราว 30% ของผู้ถือบัตร ทั้งหมด ขณะที่อีก 70% เป็นการชำระเต็มจำนวน

ทั้งนี้ ธปท.ได้รับเรื่องร้องเรียนและข้อเสนอแนะของสมัชชาผู้บริโภคซึ่งจะนำไปปรับปรุงการแก้ไข โดยเฉพาะประเด็นอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่สูง ซึ่ง ธปท.ได้ร่วมกับกระทรวงการคลังในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.บัตรเครดิตแล้ว โดยจะมีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่ชัดเจน และเปลี่ยนวิธีการคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากยอดเงินที่ค้างอยู่ รวมทั้งจะมีบทลงโทษกรณีที่ผู้ประกอบการบัตรเครดิตไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำร่างกฎระเบียบกำกับดูแลผู้ประกอบการธุรกิจให้สินเชื่อรายย่อย และการดึงธุรกิจเช่าซื้อ ลีสซิ่ง ให้เข้ามาอยู่ในระบบเพื่อดูแลการคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ให้กับผู้บริโภคอย่างเป็นธรรมด้วย

“ส่วนข้อเสนอที่จะกำหนดให้ผู้บริโภคถือบัตรเครดิตได้ไม่เกิน 3 ใบนั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจะกระทบกับผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องใช้บัตรเครดิตหมุนเวียน ซึ่งน่าจะเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิตที่จะประเมินความเสี่ยงการชำระหนี้ของ ผู้ถือบัตรเครดิดแทน” ธัญทิพย์ กล่าว

ด้านแหล่งข่าวจากสายสถาบันการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า แม้จะยังไม่สามารถผ่านร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจบัตรเครดิตออกมาดูแลได้โดยตรง แต่ ธปท.ก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยดูแลคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่ถูก เอาเปรียบ เพราะ ธปท.สามารถใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน เพื่อใช้คุมบัตรที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ได้ ขณะเดียวกันก็มีประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับ 58 (ปว.58) ที่อาศัยอำนาจของกระทรวงการคลังดูแลและลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์การทำธุรกิจที่เอาเปรียบผู้บริโภค

“อย่างการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งรวมค่าปรับ ค่าธรรมเนียม และค่าบริการแล้วไม่เกิน 20% ต่อปี หากแบงก์ฝ่าฝืนเราก็มี พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงินดูแลลงโทษได้ ส่วนผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) ก็ใช้ ปว.58 ดูแลตามอำนาจกระทรวงการคลัง ซึ่งมีบทลงโทษแน่หากคิดเกินกำหนด ไม่ใช่ว่าไม่มี พ.ร.บ.ธุรกิจบัตรเครดิตแล้วจะทำอะไรไม่ได้” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท