
"ฟอร์ดเอคโค่สปอร์ต"อ้วนป้อมพร้อมลุย
ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ตเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ฉีกหนีความจำเจแบบเดิมๆ ด้วยรูปลักษณ์แปลกใหม่พร้อมความเอนกประสงค์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
สัปดาห์นี้อยู่กับรถยนต์ที่ถูกกำหนดให้เป็นเซ็กเมนต์ใหม่จากฟอร์ด ที่นิยามให้เป็น “เออร์เบิล เอสยูวี” หรือเอสยูวีสำหรับคนเมือง ในรุ่น “ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต” ที่เน้นความแตกต่างเพื่อตอบสนองการใช้งานเป็นทางเลือก ซึ่งได้รับการพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บี-เซ็กเมนต์) ทำให้เสมือนได้ขับรถยนต์นั่งขนาดเล็กแบบแฮตช์แบ็ก (5 ประตู) แต่ยกสูงจากพื้น 200 มม. เผื่อไว้ว่าจะต้องลุยแบบเบาๆ แบบเอสยูวี พร้อมพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างอเนกประสงค์
รูปลักษณ์ภายนอกมองเห็นจากสายตาป๊ะแรกที่เห็นเด่นเป็นเอกลักษณ์คือทรงที่ “อ้วนป้อม” แต่เส้นสายรายละเอียดรอบคันให้อารมณ์ความรู้สึกที่พลิ้วไหวโค้งมนแต่ดู|บึกบึนเข้มแข็ง เริ่มต้นที่กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูขนาดใหญ่เข้ารูปกับไฟหน้าดีไซน์เฉี่ยวคม สอดรับกับโป่งซุ้มล้อหน้าลากยาวไปถึงด้านหลังและไฟท้ายพร้อมทั้งแร็กหลังคาและซันรูฟแบบปรับไฟฟ้า และยางอะไหล่พร้อมฝาครอบบนประตูด้านหลังที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์แบบเอสยูวี
การออกแบบภายในดูล้ำนำเทรนด์เปรียบเหมือนนั่งอยู่ในยานอวกาศ ... (ฮา) ด้วยการให้สีสันภายในโทนสีดำตัดสีเงินเมทัลลิก และการจัดวางอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเป็นสัดส่วน ทั้งระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล ระบบควบคุมความบันเทิงและการสื่อสาร “ฟอร์ด ซิงก์” ที่รวมไว้ในจุดที่สะดวกต่อการควบคุม ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกเวลานั่งหลังพวงมาลัยให้ทัศนวิสัยดีชัดเจนรอบคัน ตำแหน่งเบาะที่นั่งรองรับสรีระแถมยังมีที่พักแขนที่เบาะคนขับมาให้อีกต่างหาก ซึ่งที่ชอบอีกจุดหนึ่งคือ พื้นที่เก็บของจุกจิกเป็นต้นว่า กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ กุญแจ แว่นตากันแดด ขวดน้ำ ฯลฯ ให้มาถึง 20 จุดในตัวรถ เรียกได้ว่าใครจะเก็บจะซ่อนอะไรต้องจำกันให้ดีๆ เพราะมีหลายที่มากๆ
ความจุใจยังไม่หมดกับพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่มีความจุถึง 705 ลิตร จะอัด! จะขน! จะยัด! อะไรเข้าไปก็ทำได้ง่านสบายแฮ ยังไม่นับรวมกับเบาะที่นั่งด้านหลังที่สามารถแยกปรับพับได้แบบ 60 : 40 ไว้เผื่อใครจะยังต้องการพื้นที่เพิ่มเติม พร้อมทั้งประตูหลัง หรือฝาท้ายที่เปิดออกด้านข้างแบบตู้กับข้าว รวมๆ แล้วแม้ภายนอกจะตัวเท่านี้ ...แต่กินจุ (บรรทุก) ดีนักเชียว
แวะมาอธิบายระบบ “ฟอร์ด ซิงก์” ในรถยนต์คันนี้สักนิด ระบบดังกล่าวเป็นระบบสั่งงานด้วยเสียง ที่สามารถช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาออกจากถนนและละมือออกจากพวงมาลัย เพราะปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นที่ให้มาสามารถสั่งการได้แทบทุกอย่างบนรถคันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเลือกเพลงผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ USB, AUX, บลูทูธ พร้อมการโทรออก-รับสาย อีกทั้งความสะดวกสบายที่ให้มาพร้อมกับกุญแจรีโมทอัจฉริยะ ที่ไม่ต้องควักออกมาจากกระเป๋ามาให้ยุ่งยาก เพียงแค่กดที่ปุ่มประตูก็สามารถเปิดออกได้ คล้องกับการสตาร์ทเครื่อง-ดับเครื่อง ด้วยเพียงกดปุ่มอัตโนมัติ
มาถึงขุมพลังหัวใจของเจ้ารถคันนี้ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบวาล์วแปรผันแคมชาฟต์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 110 แรงม้าที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตัน-เมตรที่ 4,400 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ พาวเวอร์ชิฟต์ 6 สปีด ซึ่งผลลัพธ์จากการลองขับพบว่า อัตราเร่งในทุกย่านความเร็วอาจจะไม่ค่อยปรู๊ดปร๊าด|ทันใจเท่าไรนัก แต่ละจังหวะตอนเร่งแซงต้องทำความคุ้นเคยกับตัวรถสักนิดเค้นนิดขยี้หน่อยพอไปได้ แต่มีอาการเสียงเครียดของเครื่องยนต์ลอดเข้ามาให้ได้ยินในห้องโดยสารอยู่บ้าง ซึ่งส่วนหนึ่งที่จับอาการจนรับรู้ได้คือ การทำงานของเครื่องยนต์และเกียร์ไม่ค่อยสัมพันธ์กันเท่าไรนัก ถ้าหากมีการปรับตั้งค่าใหม่น่าจะลงตัวขึ้น
ด้านสมรรถนะการทรงตัวและช่วงล่างให้ความนุ่มนวลซับแรงกระแทกได้ดี ความแม่นยำของพวงมาลัยอยู่ในระดับโอเคพร้อมมีระบบผ่อนแรงแบบไฟฟ้าทำให้ขับสบายดี แต่เมื่อขับบนความเร็วสูงๆ หรือเวลาเปลี่ยนช่องทางการจราจรกะทันหัน พอออกอาการโยนตัวให้เห็นนิดๆ แต่ด้วยระบบความปลอดภัยที่ให้มา อาทิ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่แบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESP) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Lanch Assist) ทำให้อุ่นใจยิ่งขึ้น
เบ็ดเสร็จแล้ว “ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต” เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ฉีกหนีความจำเจแบบเดิมๆ ด้วยรูปลักษณ์แปลกใหม่พร้อมความเอนกประสงค์ที่ตอบสนองหลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยอารมณ์การขับขี่แบบรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่พร้อมลุยได้มากกว่า ฉะนั้นแล้ว คนที่อยากได้รถขนาดพอเหมาะที่บรรทุกผู้โดยสารพร้อมสัมภาระและลุยได้มากกว่าคงจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่มาพร้อมราคา 8.29 แสนบาท







