
ธุรกิจโรงไฟฟ้าชูกำไรสวย
เอสพีซีจีพุ่ง184%ตัดขาย4หุ้น164ล้านGLOWEGCOไปได้ดีใช้บัญชีใหม่
เอสพีซีจีพุ่ง184%ตัดขาย4หุ้น164ล้านGLOWEGCOไปได้ดีใช้บัญชีใหม่
เอสพีซีจีกำไรกระฉูด 184% โซลาร์ฟาร์มขายไฟตามสัญญา ส่วนโกลว์ลด 7% ผลิตไฟฟ้าเพิ่ม 91 ล้าน
บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยผลประกอบการงวดไตรมาสแรกของปี 2557 ว่ามีกำไรสุทธิ 270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 175 ล้านบาท ทะยานขึ้น 184% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ เพียง 95 ล้านบาท
นอกจากนั้น ในที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) มีมติเห็นชอบให้บริษัทย่อยคือ บริษัท โซล่า เพาเวอร์ ขายหุ้นที่ถือในบริษัท โซล่า เพาเวอร์ (ขอนแก่น 10) บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (เลย 2) บริษัท โซล่า เพาเวอร์ (สุรินทร์ 1) และบริษัท โซล่า เพาเวอร์ (สุรินทร์ 2) ให้กับบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวน 25% ของทุนจดทะเบียนของแต่ละบริษัท หรือ 4,125,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท รวม 16.5 ล้านหุ้น รวมมูลค่าทั้งสิ้น 165 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
ด้านบริษัท โกลว์ พลังงาน (GLOW) มีกำไรสุทธิ 2,305 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้ ลดลง 187 ล้านบาท หรือ 7.5% เทียบกับกำไรสุทธิ 2,492 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 18,197 ล้านบาท
นายเอซ่า เฮสคาเน่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท โกลว์ กล่าวว่า ผลงานในไตรมาสแรกยังคงแข็งแกร่ง โรงไฟฟ้าเก็คโค่วัน ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าไอพีพีถ่านหินขนาด 660 เมกะวัตต์ ที่บริษัทถือหุ้น 65% ดีอย่างต่อเนื่อง หากไม่รวมการหยุดซ่อมบำรุงจำนวน 2 สัปดาห์ในเดือน ม.ค.แล้ว ถือว่าทำผลงานได้ดีตลอดทั้งไตรมาสนี้
โรงไฟฟ้าห้วยเหาะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาด 152 เมกะวัตต์ ที่ถือหุ้น 67.25% นั้น หลังน้ำท่วมใหญ่ได้กลับมาเริ่มส่งไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่ายอดขายไฟฟ้าเดือน ก.พ.มี.ค. รวมกันสูงกว่าตลอดไตรมาสแรกปีก่อนกว่า 20%
สำหรับธุรกิจโคเจเนอเรชั่น ยอดขายและอัตรากำไรยังคงมีเสถียรภาพ แม้ต้องหยุดซ่อมบำรุงตามแผนของโรงไฟฟ้า CFB1 และ CFB2 ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 150 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 382 เมกะวัตต์ ก็ตาม
“โกลว์มีผลงานแข็งแกร่งทั้งธุรกิจโคเจเนอเรชั่น และธุรกิจไอพีพี ส่งผลให้มีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อม (อีบิตดา) จำนวน 4,734 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานปกติสุทธิ (NNP) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6% และ 3% ตามลำดับ ซึ่งไม่รวมรายการปรับปรุงบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีใหม่เกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน จำนวน 2,076 ล้านบาท”
นายสุทธิวงศ์ คงสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงิน กล่าวว่า สินทรัพย์เดียวของกลุ่มโกลว์ที่เข้าข่าย เริ่มใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ฉบับที่ 4 เกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน ของ International Financial Reporting Standard (IFRS) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป
ขณะที่โกลว์ ไอพีพี (โรงไฟฟ้าไอพีพีก๊าซธรรมชาติขนาด 713 เมกะวัตต์ ซึ่งโกลว์ถือหุ้น 95%) มีการเปลี่ยนแปลง การบันทึกบัญชีที่สำคัญคือ อาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์ (ค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ดังกล่าว) และการรับรู้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (ซึ่งปรับมาเป็นการรับรู้ใน รูปรายได้จากสัญญาเช่าการเงินแทน)
นายสุทธิวงศ์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อวิธีการลงบัญชีเท่านั้น ไม่ได้มี ผลต่อกระแสเงินสดและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของโกลว์ ไอพีพี แต่อย่างใด
“เรายังคงวิเคราะห์ผลการดำเนินงานตามมาตรฐานบัญชีเดิม และยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลขั้นต่ำไว้เท่ากับ 50% ของ NNP ซึ่งไม่รวมรายการปรับปรุงต่างๆ เกี่ยวกับสัญญาเช่าการเงิน” นายสุทธิวงศ์ กล่าว
ด้านบริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรก ปี 2557 บริษัท มีกำไรสุทธิ 2,484 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท หรือ 3.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ บริษัทใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ฉบับที่ 4 และการตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 12 เรื่องข้อตกลงสัมปทานบริการ หากไม่รวมผลกระทบทางบัญชี บริษัทมีกำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยน และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจำนวน 1,869 ล้านบาท ลดลง จากจำนวน 124 ล้านบาท โดยธุรกิจผลิตไฟฟ้าลดลง 147 ล้านบาท และธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้น 23 ล้านบาท







