
ฝ่ายข่าวยุคทีวีดิจิทัลยังทยอยซื้อตัวคึก
นักวิชาการเตือน ทุ่มซื้อตัวคนข่าวทีวีดิจิทัลทำให้ตลาดเกิดภาวะฟองสบู่
นักวิชาการเตือน ทุ่มซื้อตัวคนข่าวทีวีดิจิทัลทำให้ตลาดเกิดภาวะฟองสบู่
นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การดึงตัวผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวของทีวีดิจิทัลช่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถือเป็นกระแสฟองสบู่ทีวีดิจิทัล เพราะหลายคนที่ย้ายองค์กรไปจะได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น จึงอยากแนะนำให้ผู้ประกาศข่าวและนักข่าวที่ย้ายองค์กรหันมาพัฒนาศักยภาพการทำงานของตัวเองให้มีคุณภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีจริยธรรมในการทำข่าว เพื่อเป็นเครื่องการันตีความสามารถ เนื่องจากขณะนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัล และอีกไม่กี่ปีก็จะได้เห็นผู้ประกอบการที่สามารถอยู่ได้และอยู่ไม่ได้ ดังนั้น ควรมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องดังกล่าว
“การเสนอผลตอบแทนที่ได้มากกว่าเดิมถึง 23 เท่าตัว จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนย้ายค่ายกันเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดฟองสบู่ในวงการ หากระยะยาวนักข่าวและผู้ประกาศไม่มีการพัฒนาตัวเองอาจจะมีปัญหาในการทำงาน และอาจไม่ได้ไปต่อเพราะในระยะยาวอาจมีหลายองค์กรที่ไม่ได้ไปต่อ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมากสำหรับคนทำงานข่าวที่ไม่มีการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง” นายมานะ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้ประกาศและนักข่าวเองก็ไม่ควรก่อหนี้ระยะยาว เช่น ผ่อนบ้าน หรือรถยนต์ เพราะจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีความใกล้เคียงกับเมื่อปี 2533-2534 ซึ่งเป็นช่วงองค์กรสื่อเริ่มเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยช่วงเวลาดังกล่าวมีการซื้อตัวนักข่าว บรรณาธิการข่าวเป็นจำนวนมาก และพอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ จึงทำให้ส่งผลกระทบโดยตรงกับสื่อสารมวลชนที่ไปก่อหนี้ระยะยาวไว้
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศโทรทัศน์ไทยจากทีวีอะนาล็อกสู่ทีวีดิจิทัล ส่งผลให้บุคลากรข่าวอยู่ในภาวะสมองไหล แม้ขณะนี้จะเริ่มทดลองการออกอากาศทีวีดิจิทัลไปบ้างแล้ว แต่การย้ายค่ายของบุคลากรข่าวยังคงมีให้เห็นเป็นระยะๆ โดยในกลุ่มทีเอ็นเอ็น 24 เตรียมยกทีมเกือบ 40 คน ออกไปอยู่กับช่อง 8 ของอาร์เอส ที่จะขยายรายการข่าวในสัดส่วนมากขึ้น
ขณะที่ช่องทีเอชวี ของบริษัท ไทยทีวี ซึ่งร่วมกับบริษัท โพสต์ทีวี ในเครือโพสต์ พับลิชชิง หลังจากดึง วิลาสินี แวน ฮาเรน เข้ามาร่วมงานยังมี อัครพล ทองธราดล จากไทยพีบีเอส ศศิวรรณ เลิศวิริยะประภา จากเดลินิวส์ทีวี ศุภชาติ ศุภเมธี จากโมเดิร์นไนน์ ทีวี และดารินทร์ สมวงศ์ จากทีเอ็นเอ็น 24 เข้าร่วมงานเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ผู้ประกาศข่าวแม่เหล็กของช่องไทยพีบีเอสอย่าง ประวีณมัย บ่ายคล้อย ชัยรัตน์ ถมยา กมลวรรณ ตรีพงศ์ พิมพ์นารา อรุณโน และเบญจมาลัญช์ ทิพย์ขันทอง ก็ย้ายไปอยู่ช่อง 3 อีกเช่นกัน ส่งผลให้ช่อง 3 เต็มไปด้วยผู้ประกาศข่าวที่ดึงมาจากช่องต่างๆ เช่น ภาษิต อภิญญาวาท อริสรา กำธรเจริญ สายสวรรค์ ขยันยิ่ง สุผจญ กลิ่นสุวรรณ นิรมล เมธีสุวกุล และคริสโตเฟอร์ ไรท์
สำหรับเครือเนชั่น มีคนไหลออกไปยังค่ายยักษ์ใหญ่ เช่น ประณต วิเลปสุวรรณ ย้ายข้ามห้วยไปอยู่ไทยรัฐทีวี เทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์ นเรศ เหล่าพรรณราย และพชรปพน พุ่มประพันธ์ ย้ายออกไปอยู่ช่อง 3สำหรับ สมภพ รัตนวลี อดีตบรรณาธิการบริหารเนชั่นแชนแนล ได้ขนทีมงานนับสิบชีวิตไปทำโปรดักชั่นเฮ้าส์ที่ชื่อ ดรีมทีม เน็ตเวิร์ค แบบเต็มตัว พร้อมพา บรรจง ชีวมงคลกานต์ และ วิจิตรา ดวงดี ไปอยู่ช่องพีพีทีวี นอกจากนี้ยังมี ผู้ประกาศข่าวแม่เหล็กของช่อง 5 อย่าง มนัส ตั้งสุข และ กรสุมา เจียมสระน้อย ก็ย้ายไปอ่านข่าวให้กับช่องพีพีทีวี อีกเช่นกัน ส่วน เขมสรณ์ หนูขาว และสืบสกุล พันธ์ดี ย้ายไปอยู่ช่องไทยรัฐทีวี
ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีผู้ประกาศข่าวและบุคลากรของช่องเนชั่นทีวี บางส่วนย้ายค่าย แต่ก็ถือเป็นส่วนน้อย เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่าถูกดึงตัวยกชุด เนื่องจากภายในองค์กรมีปัญหา แต่หลังจากปัญหาทุกอย่างจบลงด้วยดีผู้ประกาศหลักยังคงอยู่ช่องเนชั่นทีวีไม่ว่าจะเป็น โมนัย เย็นบุตร , กนก รัตน์วงศ์สกุล ,กฤษนะ ละไล หรือจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
พร้อมกันนี้ยังมีกระแสข่าวออกมาอีกว่ามีผู้ประกาศและบุคลากรข่าวจากทีเอ็นเอ็นอีก 40 คนย้ายค่ายไปอยู่ช่อง 8 ของบริษัท อาร์เอส และจากการสอบถามไปยังบริษัท อาร์เอส ยังไม่มีการออกมาพูดถึงการย้านค่ายของบุคลากรข่าวดังกล่าวจากทีเอ็นเอ็น







