
ซีตี้แบงก์ใจกล้ากวาดลูกค้าบัตรเครดิต
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
สถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังไม่น่าไว้วางใจ ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต่างเข้มงวดกับการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตที่จะอนุมัติยากขึ้น แต่ธนาคารซิตี้แบงก์ กลับมีอัตราการขยายตัวของบัตรเครดิตเพิ่มสูงขึ้น โดย นที ศรีรัศมี รองผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคาร ซิตี้แบงก์ กล่าวว่า แม้หลายบริษัทจะกังวลผลกระทบเศรษฐกิจจนเข้มงวดการออกบัตรใหม่ แต่มีอัตราการอนุมัติบัตรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จากอัตราอนุมัติ 40-50% ของจำนวนคำขอมีบัตรเครดิต เพิ่มเป็น 50-60%
นอกจากนี้ อัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรต่อเนื่อง (Active Rate) ของซิตี้แบงก์ อยู่ที่ 90% ของบัตรทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูง โดยเป็นผลจาก ซิตี้แบงก์มีสิทธิประโยชน์หลากหลายที่นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้ตรงกับความต้องการ ทั้งลูกค้าระดับบนและกลุ่มลูกค้าทั่วไป
ปัจจุบัน ซิตี้แบงก์มีฐานลูกค้าบัตรเครดิตประมาณ 1 ล้านใบ ประมาณ 5 แสนบัตร เป็นลูกค้ากลุ่มทั่วไป ซึ่งอาจจะน้อยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยฐานลูกค้าทั้งระบบธุรกิจบัตรเครดิต แต่สำหรับฐานลูกค้าระดับบน ซิตี้แบงก์มีสัดส่วนมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาด ส่งผลให้มีอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยอยู่ที่ 1 หมื่นบาท ต่อเดือน สูงกว่าทั้งระบบธุรกิจบัตรเครดิตซึ่งเฉลี่ยใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 5,000 บาท
อย่างไรก็ดี การชุมนุมทางการเมืองบ่อยครั้งในพื้นที่ กทม. กระทบบรรยากาศการใช้จ่ายบ้าง ซึ่งธนาคาร มีฐานลูกค้า 70% อยู่ใน กทม. ขณะที่สาขาของ ซิตี้แบงก์ในประเทศไทยมี 3 สาขา ก็อยู่ใน กทม. ทั้งหมดเช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้วางแผนขยายสาขาธุรกิจไปยังต่างจังหวัดอย่างเต็มรูปแบบ เพราะแนวทาง การดำเนินธุรกิจยังเหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของ คนเมือง
นที กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2557 จะให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสินทรัพย์มาก กว่าการขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิต เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การเมืองไม่มีเสถียรภาพและเศรษฐกิจชะลอตัว จนอาจกระทบความสามารถชำระหนี้ ผู้บริโภค
แต่สำหรับฐานลูกค้าของซิตี้แบงก์ไม่น่าเป็นห่วง ยังมีคุณภาพดี เนื่องจากธนาคารมีระบบคัดกรองคุณภาพลูกค้าที่ดีมาตั้งแต่ต้น ส่วนระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของซิตี้แบงก์ต่ำกว่าในระบบ ที่มีอยู่ประมาณ 2.22.3%
ทั้งนี้ การชุมนุมทางการเมืองบ่อยครั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครกระทบบรรยากาศการใช้จ่ายบ้าง ซึ่งซิตี้แบงก์มีฐานลูกค้าส่วนใหญ่ถึง 70% อยู่ในกรุงเทพฯ ขณะที่ สาขาของซิตี้แบงก์ในประเทศไทยมี 3 สาขา ก็อยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งหมดเช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้วางแผนขยายสาขาธุรกิจไปยังต่างจังหวัดอย่างเต็มรูปแบบ เพราะแนวทางการดำเนินธุรกิจยังเหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมือง
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีการลดผลกระทบจากการชุมนุมในเมืองหลวง ด้วยการเจาะกลุ่มลูกค้าตามหัวเมืองใหญ่ๆ และแหล่งท่องเที่ยว เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง ขณะเดียวกันมีแผนใช้ช่องทางออนไลน์ประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดแทนการเปิดสาขาเพิ่ม
นายนที กล่าวว่า แม้หลายบริษัทจะกังวลผลกระทบเศรษฐกิจจนเข้มงวดการออกบัตรใหม่ แต่สำหรับซิตี้แบงก์กลับมีอัตราการอนุมัติบัตรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยจากอัตราอนุมัติ 4050% เพิ่มเป็น 5060% ส่วนอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรต่อเนื่อง (Active Rate) ของซิตี้แบงก์ อยู่ที่ 90% ของบัตรทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่สูง โดยเป็นผลจากซิตี้แบงก์มีสิทธิประโยชน์หลากหลายที่นำเสนอให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้ตรงกับความต้องการ ทั้งลูกค้าระดับบน และกลุ่มลูกค้าทั่วไป
สำหรับไตรมาสแรกผลการดำเนินงานซิตี้แบงก์เป็นไปในทิศทางเดียวกับธุรกิจบัตรเครดิตทั้งระบบ โดยเฉลี่ยมีการใช้จ่ายผ่านบัตรขยายตัว 45% ขณะที่รายได้ยังเติบโตได้ดี เนื่องจากมีฐานลูกค้าระดับบนเฉพาะกลุ่มหลายประเภท ที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมเข้ามามาก เช่น บัตรเครดิตซิตี้แบงก์ อัลติมา วีซ่า อินฟินิต มีค่าธรรมเนียมรายปี 3 หมื่นบาท โดยกลุ่มนี้ธนาคารมีฐานลูกค้าประมาณ 5,000 ใบ หรือบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ซีเล็คท์ มีค่าธรรมเนียมรายปี 5,000 บาท เป็นต้น ซึ่งธนาคารมอบสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าคุ้มค่ากับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย"ลูกค้าจะมีรูปแบบการใช้จ่ายที่ตรงกับคุณลักษณะของบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ซึ่งแนวทางการให้สิทธิประโยชน์ของเราจะเน้นความต่อเนื่องในระยะยาวหลายปี ผู้ถือบัตรเล็งเห็นว่าถือแล้วได้ประโยชน์อย่างที่เขาต้องการ ก็ส่งผลให้มียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรมีต่อเนื่อง และเขายินดีที่จะเสียค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ซึ่งแบบนี้จะดีกว่าการทำเป็นแคมเปญระยะสั้นๆ ที่อาจจะมีการใช้จ่ายผ่านบัตรดีในช่วงแรก แต่เมื่อหมดแคมเปญยอดการใช้จ่ายก็หายไปด้วย" นายนที กล่าว
ปัจจุบัน ซิตี้แบงก์มีฐานลูกค้าบัตรเครดิตประมาณ 1 ล้านใบ ส่วนใหญ่ 50% หรือประมาณ 5 แสนบัตร เป็นลูกค้ากลุ่มทั่วไป ซึ่งอาจจะน้อยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยฐานลูกค้าทั้งระบบธุรกิจบัตรเครดิต แต่สำหรับฐานลูกค้าระดับบนซิตี้แบงก์มีสัดส่วนมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาด ส่งผลให้มีอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรเฉลี่ยอยู่ที่ 1 หมื่นบาทต่อเดือน สูงกว่าทั้งระบบธุรกิจบัตรเครดิตซึ่งเฉลี่ยใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 5,000 บาท ส่วนระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของซิตี้แบงก์ ต่ำกว่าในระบบที่มีอยู่ประมาณ 2.2-2.3%







