
หน้าร้อนดันยอดขายแอร์พุ่ง
หน้าร้อนปีนี้ดันยอดขายเครื่องปรับอากาศพุ่ง 20% ผู้ผลิตทุกยี่ห้อเริ่มผลิตสินค้าไม่ทันความต้องการ เหตุจากราคาสินค้าถูกลง และอากาศร้อนมากกว่าปกติ
หน้าร้อนปีนี้ดันยอดขายเครื่องปรับอากาศพุ่ง 20% ผู้ผลิตทุกยี่ห้อเริ่มผลิตสินค้าไม่ทันความต้องการ เหตุจากราคาสินค้าถูกลง และอากาศร้อนมากกว่าปกติ
นายไพรัตน์ เอื้อชูยศ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นในช่วงหน้าร้อนของปีนี้ เพิ่มขึ้นสูงถึง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งตามปกติจะเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 5-10% เท่านั้น โดยขณะนี้ผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าให้ทันตามความต้องการได้แล้ว
ทั้งนี้ มีสาเหตุมาจากอากาศร้อนมากกว่าทุกปี ยอดความต้องการในประเทศจึงพุ่งสูงขึ้นมากกว่าในช่วงปีก่อนๆ ประกอบกับบางประเทศที่เดิมมีความต้องการติดเครื่องปรับอากาศน้อย ก็หันมาติดเครื่องทำความเย็นกันหมด เช่น ฝรั่งเศส เป็นต้น ส่งผลให้ยอดการส่งออก และลูกค้าในต่างประเทศมีความต้องการสินค้ามากขึ้นเช่นเดียวกัน
ด้านผู้ประกอบการ และผู้ผลิตสินค้าทุกยี่ห้อ จึงเริ่มรวมกลุ่มกัน เพื่อหาทางออกและแก้ปัญหาการผลิตสินค้าไม่ทันความต้องการของลูกค้า โดยมีการจัดระบบ ระเบียบการผลิตร่วมกันมากขึ้น ร่วมกันผลิตชิ้นส่วนและหาจุดบกพร่องว่ามีปัญหาตรงส่วนไหนของการผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถรับคำสั่งซื้อให้ได้มากที่สุด และไม่เสียโอกาสทางธุรกิจ
นายจารึก เฮงรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ยอดขายเครื่องปรับอากาศในปีนี้มีทิศทางที่ดี เนื่องจากหน้าร้อนคนนิยมติดแอร์ ทำให้สามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลมีมาตรการยกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพาสามิตเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดทำความเย็นไม่เกิน 7.2 หมื่นบีทียูต่อชั่วโมง ชนิดที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัย ให้เหลือ 0% จากเดิมที่จัดเก็บภาษีตามมูลค่า 15% ส่งผลให้ราคาขายลดลงตามไปด้วย
ขณะที่การส่งออกก็ยังมีอัตราการขยายตัวในตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ตะวันออกกลาง และอาเซียน โดยเฉพาะอาเซียนที่มีความเคลื่อนไหว ส่งชิ้นส่วนระหว่างในอาเซียนมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของอาเซียนอยู่แล้ว ทำให้อาเซียนกลายเป็นตลาดหลักของไทยแล้ว โดยมีตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอียู รองลงมาตามลำดับ
“ยอดขายในประเทศยังอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ เพราะเป็นสินค้าที่มีความจำเป็น และราคาขายถูกลงค่อนข้างมาก” นายจารึก กล่าว
สำหรับภาวะอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 (เดือนม.ค. – มี.ค.) มีการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รวม 1.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าส่งออกเครื่อง ใช้ไฟฟ้า 4,421.88 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 37% โดยมีเครื่องปรับอากาศส่งออกเป็นอันดับแรก ซึ่งประเทศในอาเซียนถือเป็นตลาดที่มีการส่งออกหลัก
ในส่วนมูลค่าส่งออกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ 7,995.84 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 58% โดยมีส่วน ประกอบคอมพิวเตอร์ส่งออกเป็นอันดับแรก ซึ่งมีประเทศจีนเป็นตลาดที่มีการส่งออกหลัก







