
เปิดบันทึก บี.กริม แนะบทเรียนลงทุนอาเซียน
การออกไปลงทุนในต่างประเทศ แม้จะเป็นวิธีการขยายฐานธุรกิจ ขยายตลาด เพื่อรองรับตลาดที่ใหญ่ขึ้น
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
การออกไปลงทุนในต่างประเทศ แม้จะเป็นวิธีการขยายฐานธุรกิจ ขยายตลาด เพื่อรองรับตลาดที่ใหญ่ขึ้น และกลายเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับธุรกิจในยุคปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีหลายสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง บางครั้งอาจล้มเหลวบ้าง แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการทำธุรกิจ
ปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ เปิดเผยบทเรียนการออกไปลงทุนในต่างประเทศว่า บริษัทเห็นโอกาสธุรกิจการผลิตไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้าน จึงเริ่มต้นจากการเข้าไปศึกษากฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไฟฟ้า เช่น การออกใบอนุญาต การซื้อขายไฟฟ้า สัญญาการลงทุน การส่งเสริมการลงทุน ของแต่ละประเทศ
บริษัทมีประสบการณ์จากที่ได้ออกไปลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศเวียดนามมานานกว่า 12 ปี ถือเป็นการลงทุนโรงไฟฟ้าจากต่างประเทศเจ้าแรกในเวียดนาม ทำให้บริษัทได้รับประสบการณ์มากมายจากการไปลงทุน โดยเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำความเข้าใจ คือ เรื่องวัฒนธรรม ประเพณี สังคมของคนท้องถิ่น ไม่ใช่แค่ศึกษาแต่เรื่องกฎระเบียบ
เวียดนามเป็นประเทศที่ผ่านสงครามมายาวนาน ผู้คนจะมีความรู้สึกรักชาติมาก และมักตั้งเป้าหมายในชีวิต หากผู้บริหารตั้งเป้าหมายการทำงานให้แก่พนักงาน พนักงานคนนั้นจะพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทที่เข้าไปทำธุรกิจจึงต้องเข้าใจความเป็นคนเวียดนาม เพราะต้องทำงานร่วมกัน
ขณะที่การติดต่อหน่วยงานทางราชการต่างๆ รวมถึงเรื่องการขออนุญาต ควรใช้คนท้องถิ่นเข้าไปติดต่อ เพื่อให้เป็นรูปแบบของเวียดนาม เพราะหากเป็นต่างชาติไปติดต่อหน่วยงานราชการจะล่าช้ามาก
นอกจากนี้ กฎหมายของเวียดนามยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น เดิมบริษัทได้ใบอนุญาตตั้งโรงไฟฟ้าขนาด 12 เมกะวัตต์ โดยจะมีท่อก๊าซผ่านโรงไฟฟ้า แต่เมื่อทำจริงท่อก๊าซก็ไม่ได้เดินมาที่โรงไฟฟ้า หรือเดิมมีข้อตกลงซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบเงินเหรียญสหรัฐ แต่พอซื้อขายจริงต้องขายเป็นเงินด่องเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เป็นผลจากการที่เวียดนามมีระบอบการปกครองแบบรวมศูนย์ จึงสามารถสั่งการได้ทันที
สำหรับการขยายการลงทุนในเวียดนาม คงต้องรอให้เวียดนามปรับกฎระเบียบให้เป็นมาตรฐานสากลเรียบร้อยก่อน ซึ่งบริษัทสนใจที่จะขยายการลงทุนในเวียดนามเพิ่ม
อีกประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุน คือ ญี่ปุ่น โดยลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ แต่ก็ประสบปัญหาเรื่องที่ดิน เพราะที่ดินในญี่ปุ่นราคาแพงมาก ประกอบกับถูกต่อต้านจากชุมชนในเรื่องการตัดต้นไม้ ทำให้โครงการต้องชะงักไป 1 โครงการ ส่วนอีก 2 โครงการ ที่เหลือยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ
“การลงทุนในต่างประเทศ ผู้ประกอบการต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ แม้ว่าจะมีอุปสรรค แต่การไปลงทุนก็มีความจำเป็น และปัญหาที่เกิดขึ้นก็สามารถแก้ไขได้ ซึ่งผู้ประกอบการต้องยอมรับและเตรียมความพร้อม”
ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้เข้าประมูลโรงไฟฟ้าในพม่า ขนาด 128 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายเข้าระบบของพม่าทั้งหมด เบื้องต้นน่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2557 เพราะต้องรอให้พม่าออกกฎหมายด้านพลังงานมาก่อน จากปัจจุบันที่ยังไม่มีกฎระเบียบในเรื่องนี้ เช่น สัญญาการซื้อขายไฟ อัตราการขายไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในทุกประเทศอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เนื่องจากมองเห็นถึงโอกาสในทุกประเทศ จากความต้องการใช้ไฟฟ้าภายในภูมิภาคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







