
บีโอไอรุกส่งเสริม8กลุ่มท่องเที่ยว
บีโอไอจับมือกระทรวงท่องเที่ยว รุกส่งเสริมฯ 8 คลัสเตอร์ท่องเที่ยว ตั้งเป้าสร้างความเข้มแข็งทั้งระบบ
บีโอไอจับมือกระทรวงท่องเที่ยว รุกส่งเสริมฯ 8 คลัสเตอร์ท่องเที่ยว ตั้งเป้าสร้างความเข้มแข็งทั้งระบบ
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้บีโอไอจะอยู่ในช่วงของการปรับปรุงยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนซึ่งมีการปรับแนวทางให้การส่งเสริมฯ ในหลายอุตสาหกรรม แต่ในส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยังคงเป็นกลุ่มที่เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่บีโอไอให้ความสำคัญ แต่มีการปรับปรุงแนวทางให้การสนับสนุนเพื่อให้เกิดการลงทุนแบบคลัสเตอร์มากขึ้น เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับทั้งห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ทั้งนี้ แนวทางการส่งเสริมการลงทุนในกิจการท่องเที่ยวบีโอไออยู่ระหว่างร่วมทำงานกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยจะให้การส่งเสริมฯ โดยยึดแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติเป็นหลัก โดยจำแนกกลุ่มท่องเที่ยวที่มีศักยภาพที่ต้องการส่งเสริมฯ เป็น 8 คลัสเตอร์ ได้แก่ กลุ่มอารยธรรมล้านนาและภาคเหนือตอนบน กลุ่มมรดกโลกเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กลุ่มอารยธรรมอีสานใต้ กลุ่มวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง กลุ่มวิถีชีวิตลุ่มแม่น้ำภาคกลาง กลุ่ม Active Beach กลุ่ม Royal Coast และกลุ่มมหัศจรรย์สองสมุทร
“เราจะใช้กลไกของบีโอไอส่งเสริมให้เกิดความแตกต่างของสินค้าการท่องเที่ยว เพื่อนำไปสู่การท่องเที่ยวที่มูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมเป็นคลัสเตอร์ที่จะมุ่งให้เกิดการลงทุนในธุรกิจหลักและธุรกิจสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน”นายอุดม กล่าว
เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้บีโอไอจะให้ความสำคัญกับท่องเที่ยว แต่ผู้ประกอบการยังขอรับส่งเสริมฯ เข้ามาน้อย โดยยอดให้การส่งเสริมฯสะสมรวมอยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท และส่วนใหญ่หรือราว 8 หมื่นล้านบาทยังคงเป็นการลงทุนในกิจการโรงแรม ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการค่อนข้างทำธุรกิจแบบกระจัดกระจายไม่มีการรวมตัวเป็นคลัสเตอร์มีธุรกิจหลักและสนับสนุน เมื่อขอรับส่งเสริมฯก็มูลค่าไม่มาก ดังนั้นหากส่งเสริมให้เกิดการรวมคลัสเตอร์จะทำให้การขอรับส่งเสริมฯ กลุ่มนี้สูงขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันบีโอไอให้การส่งเสริมฯ ด้านการกท่องเที่ยวอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือกิจการเพื่อส่งเสริมการ เช่นกิจการที่จอดเรือท่องเที่ยวให้การส่งเสริม 4 โครงการ เงินลงทุนรวม 300 ล้านบาท กิจการเดินเรือท่องเที่ยวหรือให้เช่าเรือ 15 โครงการ เงินลงทุนรวม 468 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดเป็นกิจการเดินเรือที่ให้บริการในทะเลอันดามัน กิจการสวนสนุก 5 โครงการ มูลค่าลงทุน 3,000 ล้านบาท ศูนย์แสดงศิลปวัฒนธรรม 8 โครงการ มูลค่าลงทุน 878 ล้านบาท ส่วนกิจการที่อยู่ระหว่างยื่นขอรับส่งเสริมเข้ามาในกลุ่มนี้คือสนามแข่งขันรถยนต์ในจังหวัดบุรีรัมย์
อีกกลุ่มที่บีโอไอให้การส่งเสริมฯ คือกิจการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ซึ่งที่ให้การส่งเสริมฯ ไปแล้วคือกิจการหอประชุมขนาดใหญ่ 2 โครงการ มูลค่าลงทุน 732 ล้านบาท กิจการโรงแรม 61 โครงการ มูลค่าลงทุน 8.1 หมื่นล้านบาท กิจการบ้านพักและศูนย์สวัสดิการผู้สูงอายุ 12 โครงการ เงินลงทุนรวม 2,929 ล้าน กิจการศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ 2 โครงการเงินลงทุนรวม 112 ล้านบาท และกิจการบริการเพื่อสนับสนุนการพำนักระยะยาว 2 โครงการ เงินลงทุนรวม 21.5 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม สำหรับนโยบายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ที่เดิมจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2558 เป็นต้นไปนั้น คงจะต้องมีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไปโดยรอให้มีรัฐบาลใหม่เข้ามาก่อน เพราะหากไปบังคับใช้ในช่วงที่ไม่มีความชัดเจนทางการเมือง อาจจะสร้างปัญหาในภายหลัง







