
รักวัวให้ผูกรักลูกให้มรดกน้อย
หลายครั้งผมเห็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายายที่รักและห่วงใยลูกหลานเลือกที่จะให้ของขวัญที่จะส่งผลให้ลูกหลานขาดทุนชีวิต
หลายครั้งผมเห็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายายที่รักและห่วงใยลูกหลานเลือกที่จะให้ของขวัญที่จะส่งผลให้ลูกหลานขาดทุนชีวิต ก่อนที่คุณเลือกที่จะให้สิ่งที่เกินความจำเป็นในชีวิต คุณควรจะพยายามไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะให้สิ่งของดังกล่าวว่าผู้รับจะได้มากกว่าเสียหรือไม่จากการให้นี้ ถึงแม้ว่าการสูญเสียอาจจะเกิดจากการไม่ตั้งใจก็ตาม
ที่น่าสนใจคือการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ได้แสดงสถิติที่น่าเป็นห่วง กล่าวคือ ร้อยละ 65 ของครอบครัวที่ร่ำรวยในสหรัฐจะเสียทรัพย์สมบัติของครอบครัวทั้งหมดในช่วงปลายชีวิตของรุ่นลูก แย่กว่านั้นร้อยละ 90 ของครอบครัวดังกล่าวจะสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดในช่วงปลายชีวิตของรุ่นหลาน
ขั้นตอนแรกในการวางแผนมรดก คือ มรดกเป็นภาระผูกพันที่คุณต้องมอบให้ลูกหลาน หรือเป็นของขวัญพิเศษที่คุณเลือกบุคคลและเวลาที่จะมอบให้ พ่อแม่ส่วนมากมีความคิดว่ามรดกเป็นสิทธิที่ลูกหลานของตนต้องได้รับและเป็นภาระผูกพันของพ่อแม่ที่จะมอบให้ซึ่งเป็นความคิดที่ปกติของพ่อแม่ที่มีฐานะร่ำรวย
หากคุณเชื่อว่าคุณมีภาระหน้าที่ที่จำเป็นต้องให้มรดกกับลูกหลานคุณโดยเสมือนหนึ่งว่าเพื่อเป็นการชำระหนี้ที่คุณมีต่อพวกเขา ทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องง่ายโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเกินไป แต่ถ้าหากคุณค่อนข้างจะเชื่อว่ามรดกเป็นสิทธิพิเศษหรือเป็นของขวัญที่คุณสามารถเลือกจะให้หรือไม่ให้ตามความเหมาะสม คุณจะมีอิสรภาพในการตัดสินถึงจำนวนและวัตถุประสงค์ของมรดกตามที่คุณคิดว่าเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา
คุณต้องการให้มรดกดังกล่าวได้นำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตของลูกหลานคุณหรือเพื่อเป็นโอกาสให้กับพวกเขา นี่เป็นคำถามที่สำคัญเพราะหากคุณต้องการให้ลูกหลานของคุณมีจุดเริ่มต้นชีวิตที่ดีโดยการจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับพวกเขา ซื้อบ้านหลังแรกให้ สนับสนุนการริเริ่มธุรกิจและช่วยส่งให้พวกเขาเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นต้น ความจำเป็นเหล่านี้จะมาในช่วงแรกของชีวิตไม่ได้มาตอนที่พ่อแม่มีอายุ 85 ปี และลูกมีอายุ 60 ปี ซึ่งหากคุณตัดสินใจที่จะมอบมรดกให้กับลูกหลานคุณในช่วงปลายชีวิตของเขา มรดกดังกล่าวจะมีประโยชน์อะไรนอกเหนือจากเสริมรายได้ภายหลังการเกษียณ
เพราะฉะนั้น หากพ่อแม่ต้องการสนับสนุนโอกาสในชีวิตความคิดของการวางแผนมรดกจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น และลูกของคุณก็จะได้รับมรดกในมูลค่าและช่วงเวลาที่ได้วางแผนไว้ ซึ่งควรจะตรงกับช่วงเวลาของความต้องการและโอกาสที่เกิดขึ้นในช่วงที่พ่อแม่ยังมีโอกาสที่จะเฝ้าดูตรวจสอบและให้คำแนะนำ แต่หากมรดกดังกล่าวมีความประสงค์เพื่อจะเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตของลูกคุณ เป็นสิ่งที่แน่นอนว่าลูกคุณจะต้องพึ่งมรดกดังกล่าวตลอดช่วงชีวิตของเขา
เมื่อคุณมีมุมมองและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนแล้วคุณก็พร้อมที่จะคำนวณมูลค่าของมรดกที่จะมอบให้ลูกหลานคุณและช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะมอบมรดกดังกล่าว ต่อไปจะเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป 10 ประการสำหรับการมอบมรดก คุณควรจะทำแบบฝึกหัดนี้ให้กับลูกแต่ละคน เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกันในเรื่องของความต้องการ ความสามารถและการพัฒนา เพราะเราทราบกันดีว่าลูกแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งหนึ่งอาจจะดีสำหรับลูกคนหนึ่งแต่อาจจะไม่เหมาะสมสำหรับลูกอีกคนหนึ่ง
ต่อจากนั้นก็ให้คุณระบุมูลค่ามรดกที่คุณคิดว่าลูกคุณต้องการในแต่ละประเภทและช่วงเวลาที่คุณจะมอบให้แต่ละคน คุณไม่จำเป็นต้องใส่มูลค่าในทุกประเภทนอกจากคุณต้องการให้ลูกคุณได้รับทุกอย่างที่ระบุด้านล่าง
มรดกเพื่อเป็นการเปิดโอกาสในชีวิต (Opportunity Inheritance)
1. รับธุรกิจของครอบครัว (ถ้ามี)
2. เงินทุนสำหรับธุรกิจใหม่เริ่มต้นขึ้น
3. ได้รับเงินสำหรับบ้านแรก (Down payment หรือจ่ายปิดการจำนอง)
4. ได้รับเงินเพื่อสร้างสำรองฉุกเฉิน (ส่วนบุคคลหรือค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ)
5. ได้รับเงินค่าเล่าเรียนสำหรับเด็ก (ทั้งหมดหรือบางส่วน)/การศึกษาของลูกหลาน
6. ได้รับเงินสำหรับการกุศลให้เพิ่มขึ้น
ถ่ายทอดไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Inheritance)
7. ได้รับเงินเพื่อให้มีรายได้อย่างต่อเนื่องสำหรับการดำเนินชีวิตที่ต้องการ
8. รับทรัพย์สินครอบครัวหรือเงินทุนสำหรับคุณสมบัติส่วนบุคคลอื่นๆ (เรือ รถยนต์ บ้าน เครื่องบิน และอื่นๆ)
9. รับที่อยู่อาศัยครอบครัว ฟาร์ม บ้านพักตากอากาศ
10. ได้รับเงินเพื่อให้รายได้อย่างต่อเนื่องเนื่องจากความต้องการพิเศษ/พิการของทายาท (ทางร่างกายหรือจิตใจ)
รวบรวมมูลค่าทั้งหมด คุณอาจจะตกใจกับผลลัพธ์ดังกล่าว หากการทำแบบฝึกหัดครั้งนี้ออกผลที่แตกต่างไปจากแผนมรดกที่คุณระบุไว้ ผมแนะนำให้คุณรีบดำเนินการแก้ไขแผนมรดกของคุณให้สอดคล้องกับผลที่ได้รับจากแบบฝึกหัดดังกล่าว
ไม่มีการโอนทรัพย์สินไหนที่มีความสำคัญ มีอันตรายและมีความซับซ้อนไปมากกว่าการวางแผนการโอนมรดก อย่านิ่งนอนใจ อย่ายอมรับตัวเลือกมาตรฐานที่ปรากฏในแผนการจัดการมรดกทั่วไป ท้ายสุดนี้เมื่อคุณได้ทำแบบฝึกหัดนี้เสร็จและได้ดำเนินการปรับแผนมรดกของคุณเรียบร้อยแล้ว คุณควรจะอธิบายแผนดังกล่าวและเหตุผลของการตัดสินใจให้กับครอบครัวของคุณทราบ คุณควรจะทำในระหว่างที่คุณ “ยังอยู่ในด้านนี้ของรั้ว” การพูดคุยและหารือกันจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้การโอนมรดกสำเร็จเรียบร้อย
ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]







