
ความเสี่ยงรอบใหม่
ต้องบอกว่า เดือน พ.ค.นี้ คงจะร้อนเป็นพิเศษเลยค่ะ แต่ไม่ใช่อากาศร้อน แต่เป็น “อุณหภูมิการเมือง” ที่ส่อเค้าร้อนแรงกว่าเดิมค่ะ
ต้องบอกว่า เดือน พ.ค.นี้ คงจะร้อนเป็นพิเศษเลยค่ะ แต่ไม่ใช่อากาศร้อน แต่เป็น “อุณหภูมิการเมือง” ที่ส่อเค้าร้อนแรงกว่าเดิมค่ะ
โดยศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมคณะรัฐมนตรีชุดยิ่งลักษณ์ 1 พ้นสภาพความเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีไป จากกรณีการโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2557 ที่ผ่านมา
หลังการตัดสินคดีก็ตามมาด้วยแรงเทขายหุ้นและเงินบาท การปรับลดมุมมองความน่าเชื่อถือของบริษัทเครดิตเรตติ้งอย่างมูดี้ส์ พร้อมเสียงระเบิดเอ็ม 79 ที่ลงแถวโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และ SCB Park หลังจากที่แกนนำมวลชนของคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายประกาศท่าทีแข็งกร้าวอย่างชัดเจนหลังการตัดสินค่ะ
เห็นได้ชัดเจนว่า ปัจจัยจากการเมืองจะส่งผลกระทบต่อภาพของเศรษฐกิจไปจนถึงสิ้นปีอย่างเลี่ยงไม่ได้ค่ะ ระยะสั้นเราจะเห็นการเทขายสินทรัพย์จากทั้งต่างชาติและนักลงทุนในประเทศ ราคาหุ้นและค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลงต่อเนื่อง นอกจากนั้น ที่น่าจับตาก็คือ “ความเสี่ยงด้านเครดิต” ของประเทศไทยที่จะเพิ่มขึ้นในระยะสั้นไปจนถึงระยะกลาง หลังจากที่มูดี้ส์ออกมาส่งสัญญาณเป็นเจ้าแรกแล้ว
ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านเครดิตของประเทศไทยนั้น ก็ขึ้นกับว่าวิกฤตการเมืองที่เป็นอยู่จะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน หากยาวนานและรุนแรงขึ้น ก็มีโอกาสสูงที่ไทยเราจะถูก “ปรับลด” เครดิตเรตติ้งลง ได้ค่ะ
ซึ่งนั่นจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมเงินของทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจของประเทศไทย ค่าเงินบาทที่จะอ่อนตัวลงได้อีก รวมถึงความเชื่อมั่น นักลงทุนต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย
ยิ่งใกล้ช่วงเปิดเออีซี ในปีหน้า สิ่งที่น่ากังวลก็คือ การเสียโอกาสในระยะยาวของประเทศไทยในเวทีโลกค่ะ หากเราติดตามข่าวสารในช่วง 56 เดือนที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นบริษัทขนาดใหญ่ของต่างชาติเริ่มปรับแผนการลงทุนระยะยาวในประเทศไทยแล้วค่ะ หลายเจ้าชะลอการลงทุนใหม่ๆ บางรายถึงขั้นต้องรื้อแผนและย้ายการลงทุนไปประเทศเพื่อน บ้านแทน
ซึ่งแน่นอนว่าภาพรวมการลงทุนในประเทศไทยทั้งจากต่างชาติและเอกชนในประเทศเองคงชะลอตัวลงไปจนถึงปีหน้า และเป็นปัจจัยลบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้ทั้งปีอย่างเลี่ยงไม่ได้ค่ะ
ดังนั้นแล้ว การทำธุรกิจในช่วงนี้จึงต้องมีความระมัดระวังและพร้อมรับมือ “สถานการณ์เลวร้ายที่สุด” หรือ Worst Case Scenario ไว้เสมอ การลดภาระหนี้สิน การตุนสภาพคล่อง และแผนการจัดโครงสร้างการเงินที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากค่ะ
ขณะเดียวกัน ควรถือโอกาสนี้ปรับองค์กรให้พร้อมรับความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต โดยการพัฒนานวัตกรรมและเครือข่ายทางธุรกิจ ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อความอยู่รอดและการเติบโตขององค์กรในวันข้างหน้าค่ะ







